การปฏิเสธประโยค

การปฏิเสธต้องทำให้ค่าความจริงกลับด้านพอดี จึงต้องรักษาโดเมนเดิม สลับตัวบ่งปริมาณ และเปลี่ยนเงื่อนไขของประโยคให้เป็นส่วนเติมเต็มอย่างแม่นยำ

นิเสธ ¬p\neg p, ตัวเชื่อม “และ/หรือ/ถ้า…แล้ว…” และตัวบ่งปริมาณ ∀,∃\forall,\exists

เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข

1. นิเสธต้องจริงพอดีเมื่อประโยคเดิมเท็จ

  • ความหมายและลักษณะของนิเสธทางคณิตศาสตร์:
  • นิยามของนิเสธ (¬p\neg p):
    • นิเสธของประพจน์ pp คือ ¬p\neg p ซึ่งมีค่าความจริงตรงข้ามกับ pp ทุกกรณี
    • การเขียนนิเสธต้องครอบคลุมทุกกรณีที่ประโยคเดิมไม่จริง ไม่ใช่เพียงแค่การยกตัวอย่างเฉพาะเจาะจง
  • นิเสธของข้อความอสมการ:
    • นิเสธของ x>ax > a คือ x≤ax \le a
    • นิเสธของ x≥ax \ge a คือ x<ax < a
    • ข้อควรระวังเรื่องจุดปลาย: ต้องรวมกรณีเท่ากันให้ถูกต้อง เช่น นิเสธของ x≥3x\ge 3 คือ x<3x < 3 ไม่ใช่ x≤3x\le 3 เพราะที่จุด x=3x=3 ข้อความเดิมยังเป็นจริงอยู่
ตารางสองแถวมีคอลัมน์ p และ ¬p โดยแถวแรกเป็น T,F และแถวที่สองเป็น F,T; ข้อความท้ายภาพย้ำว่าค่าของ ¬p ตรงข้ามกับ p ทั้งสองกรณี
ตารางแสดงว่านิเสธมีค่าตรงข้ามกับประพจน์เดิมทุกกรณี: เมื่อ p เป็น T, ¬p เป็น F และเมื่อ p เป็น F, ¬p เป็น T
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ (ตารางนิเสธ):
    • เมื่อ pp เป็น TT จะได้ ¬p\neg p เป็น FF
    • เมื่อ pp เป็น FF จะได้ ¬p\neg p เป็น TT
คู่แรก x>a ใช้วงกลมโปร่งที่ a และแรเงาไปทางขวา ส่วน x≤a ใช้วงกลมทึบที่ a และไปทางซ้าย; คู่ที่สอง x≥3 ปิดจุด 3 และไปขวา ขณะที่นิเสธ x<3 เปิดจุด 3 และไปซ้าย
ภาพเทียบช่วงของอสมการกับนิเสธ: จุดเปิด/ปิดบอกว่ารวมค่าขอบเขตหรือไม่; สังเกตว่า x=3 อยู่ใน x≥3 แต่ไม่อยู่ในนิเสธ x<3
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ (อสมการบนเส้นจำนวน):
    • คู่แรก: x>ax > a (จุดโปร่งที่ aa ไปทางขวา) มีนิเสธเป็น x≤ax \le a (จุดทึบที่ aa ไปทางซ้าย)
    • คู่ที่สอง: x≥3x \ge 3 (จุดทึบที่ 3 ไปทางขวา) มีนิเสธเป็น x<3x < 3 (จุดโปร่งที่ 3 ไปทางซ้าย)

2. ปฏิเสธตัวบ่งปริมาณโดยสลับ “ทุก” กับ “มี”

  • กฎการหานิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ:
  • กฎหลักของการสลับตัวบ่งปริมาณ:
    • ¬(∀x∈D,P(x))≡∃x∈D,¬P(x)\neg(\forall x\in D, P(x)) \equiv \exists x\in D, \neg P(x): “ไม่ใช่ว่าทุกตัวจะสอดคล้องกับ PP” มีความหมายเท่ากับ “มีอย่างน้อยหนึ่งตัวที่ไม่สอดคล้องกับ PP”
    • ¬(∃x∈D,P(x))≡∀x∈D,¬P(x)\neg(\exists x\in D, P(x)) \equiv \forall x\in D, \neg P(x): “ไม่มีตัวใดเลยที่สอดคล้องกับ PP” มีความหมายเท่ากับ “ทุกตัวไม่สอดคล้องกับ PP”
  • เงื่อนไขโดเมน: ต้องคงโดเมน DD ไว้เหมือนเดิมเสมอ ไม่สลับหรือเปลี่ยนโดเมนเมื่อใส่นิเสธ
แผงบนแสดง ¬(∀x∈D,P(x)) เทียบเท่ากับ ∃x∈D,¬P(x) พร้อมความหมายว่าไม่ใช่ทุกตัวผ่านจึงมีอย่างน้อยหนึ่งตัวไม่ผ่าน; แผงล่างแสดง ¬(∃x∈D,P(x)) เทียบเท่ากับ ∀x∈D,¬P(x) พร้อมความหมายว่าไม่มีตัวใดผ่านจึงทุกตัวไม่ผ่าน และย้ำให้คงโดเมน D เดิม
ภาพจับคู่การปฏิเสธ “ทุกตัวผ่าน” กับ “มีอย่างน้อยหนึ่งตัวไม่ผ่าน” และ “มีตัวใดผ่าน” กับ “ทุกตัวไม่ผ่าน”; สังเกตว่าตัวบ่งปริมาณสลับกันและโดเมน D คงเดิม
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
    • แผงบน: การปฏิเสธ ∀\forall เปลี่ยนเป็น ∃\exists และกระจายนิเสธเข้าหน้าประโยคเปิด ¬P(x)\neg P(x)
    • แผงล่าง: การปฏิเสธ ∃\exists เปลี่ยนเป็น ∀\forall และกระจายนิเสธเข้าหน้าประโยคเปิด ¬P(x)\neg P(x) โดยคงโดเมน DD เดิมไว้

3. ปฏิเสธตัวเชื่อมโดยเปลี่ยนโครงสร้างให้ครบ

  • การกระจายนิเสธผ่านตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์:
  • กฎของเดอมอร์แกน:
    • ¬(p∧q)≡¬p∨¬q\neg(p\land q) \equiv \neg p\lor\neg q
    • ¬(p∨q)≡¬p∧¬q\neg(p\lor q) \equiv \neg p\land\neg q
  • นิเสธของเงื่อนไขถ้า...แล้ว (p→qp\to q):
    • ¬(p→q)≡p∧¬q\neg(p\to q) \equiv p\land\neg q
    • เหตุผล: เนื่องจากประพจน์ p→qp\to q จะมีค่าความจริงเป็นเท็จเพียงกรณีเดียวคือ p=Tp=T และ q=Fq=F ดังนั้นนิเสธจึงคือข้อความ “pp เป็นจริง และ qq เป็นเท็จ”
    • ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: นิเสธของ p→qp\to q ไม่ใช่ ¬p→¬q\neg p\to\neg q และไม่ใช่ q→pq\to p
สามแผงแสดง ¬(p∧q) ≡ ¬p∨¬q, ¬(p∨q) ≡ ¬p∧¬q และ ¬(p→q) ≡ p∧¬q; ป้ายกำกับระบุการสลับตัวเชื่อม และกรณี p จริง q เท็จทำให้ p→q เป็นเท็จ
ภาพแสดงกฎดีมอร์แกนที่สลับ และ/หรือ พร้อมกฎนิเสธเงื่อนไข; สังเกตว่า p→q เท็จเมื่อ p จริงและ q เท็จ จึงได้นิเสธเป็น p∧¬q
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
    • แผงที่ 1 & 2: แสดงกฎเดอมอร์แกนที่ต้องสลับตัวเชื่อมระหว่าง ∧\land กับ ∨\lor
    • แผงที่ 3: แสดงนิเสธของประพจน์เชิงเงื่อนไข ¬(p→q)≡p∧¬q\neg(p\to q) \equiv p\land\neg q อย่างชัดเจน

ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?

โจทย์ถาม “ข้อใดเป็นนิเสธ” หรือ “ไม่จริงที่…”

สังเกตจากโจทย์: ข้อความเดิมมีทุก/มีบาง/และ/หรือ/ถ้าแล้ว หรืออสมการรวมเท่ากับ

เลือกวิธีคิด: กำหนดขอบเขตของนิเสธก่อน; สลับ ∀↔∃ หรือ ∧↔∨ ตามกฎ แล้วปฏิเสธเงื่อนไขย่อยโดยรักษาโดเมน

ตรวจตัวเลือกที่ดูเหมือนกลับประโยค

สังเกตจากโจทย์: ตัวเลือกเปลี่ยนลำดับบทตั้ง-ผลตาม หรือเติมคำว่า “ไม่” โดยไม่เปลี่ยนตัวเชื่อม

เลือกวิธีคิด: เลือกค่าที่ทำให้ประโยคเดิมจริงและตรวจว่านิเสธต้องเท็จ; หรือใช้ truth table หาแถวที่นิเสธควรเป็น T

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด

ตัวอย่าง 1 · ปฏิเสธข้อความสากลโดยเปลี่ยนทุกเป็นมี

เขียนนิเสธของ “สำหรับทุกจำนวนเต็ม nn, n2>0n^2>0” และตัดสินข้อความนิเสธ

  1. กำหนดโดเมนเป็น Z\mathbb{Z} และ predicate P(n):n2>0P(n):n^2>0
  2. นิเสธ ∀\forall ต้องเปลี่ยนเป็น ∃\exists และปฏิเสธ n2>0n^2>0 เป็น n2≤0n^2\le0; โดเมนยังเป็นจำนวนเต็มเดิม
  3. เลือก n=0n=0 ได้ 02=0≤00^2=0\le0 จึงมี witness ทำให้ประโยคนิเสธจริง; ข้อความเดิมจึงไม่จริง

คำตอบ: นิเสธคือ “มีจำนวนเต็ม nn ที่ n2≤0n^2\le0”; ข้อความนิเสธจริง โดยใช้ n=0n=0

ตรวจเหตุผล: แทน n=0n=0 ในข้อความเดิมได้ 0>00>0 ซึ่งเท็จ และในนิเสธได้ 0≤00\le0 ซึ่งจริง จึงกลับค่ากันพอดี

ตัวอย่าง 2 · ปฏิเสธเงื่อนไขโดยหากรณีล้มเหลว

ให้ pp คือ “จำนวนเต็ม nn หารด้วย 4 ลงตัว” และ qq คือ “nn เป็นจำนวนคู่” จงเขียนนิเสธของข้อความ p→qp\to q

  1. ข้อความเดิม p→qp\to q เท็จเฉพาะกรณีบทตั้ง p จริงและผลตาม q เท็จ
  2. ดังนั้นนิเสธคือ p∧¬qp\land\neg q ไม่ใช่การกลับลำดับของ p และ q
  3. ถ้าข้อความเดิมถูกครอบด้วย “สำหรับทุก n” ด้วย นิเสธทั้งประโยคจะเพิ่มตัวบ่งปริมาณ ∃n∈Z\exists n\in\mathbb{Z} ไว้ข้างหน้า โดยโดเมนยังเป็นจำนวนเต็มเดิม

คำตอบ: p∧¬qp\land\neg q: “n หารด้วย 4 ลงตัวและ n ไม่เป็นจำนวนคู่”; ถ้าปฏิเสธกฎสำหรับทุก n ให้ใช้ “มีจำนวนเต็ม n ที่…”

ตรวจเหตุผล: ตรวจค่ากรณี p=T,q=Fp=T,q=F: เงื่อนไขเดิมเป็นเท็จและนิเสธเป็นจริง; กรณีอื่นจะได้ค่าตรงข้ามกัน