การอ้างเหตุผล
การอ้างเหตุผลมีข้ออ้างหรือบทตั้งหลายข้อและข้อสรุปหนึ่งข้อ รูปแบบจะสมเหตุสมผลเมื่อไม่มีกรณีใดที่บทตั้งทั้งหมดจริงแต่ข้อสรุปเท็จ
ตัวเชื่อม , , , และการอ่านค่าความจริงของประพจน์ผสม
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. การทดสอบความสมเหตุสมผลของการอ้างเหตุผล
- โครงสร้างการอ้างเหตุผล:
- เขียนในรูป “บทตั้ง 1, บทตั้ง 2, ..., บทตั้ง ข้อสรุป” หรือตรวจสอบรูปประพจน์
- นิยามความสมเหตุสมผล (Validity): รูปแบบจะสมเหตุสมผล (valid) ก็ต่อเมื่อ ไม่มี ชุดค่าความจริงใดที่ทำให้บทตั้งทุกข้อเป็นจริงพร้อมกัน แล้วข้อสรุปเป็นเท็จ
- การหักล้าง (Counterexample): หากพบชุดค่าความจริงแม้เพียงชุดเดียวที่ทำให้บทตั้งทั้งหมดเป็นจริง แต่ข้อสรุปเป็นเท็จ รูปแบบนั้นถือว่าไม่สมเหตุสมผล (invalid) ทันที และชุดค่านั้นคือตัวอย่างค้าน

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- เกณฑ์ตัดสิน: ภาพแสดงเงื่อนไขชี้ขาดของการตรวจสอบ — แขนงสีแดงระบุว่าหากพบแถวที่บทตั้งทุกข้อจริงแต่ข้อสรุปเท็จ จะสรุปว่า "ไม่สมเหตุสมผล" ส่วนแขนงสีเขียวระบุว่าเมื่อตรวจครบทุกชุดค่าความจริงแล้วไม่พบกรณีขัดแย้งดังกล่าว รูปแบบจะ "สมเหตุสมผล"
- ข้อพึงระวัง: ความสมเหตุสมผลเป็นการตรวจสอบความสัมพันธ์เชิงรูปแบบของโครงสร้างทางตรรกะเท่านั้น ไม่ได้รับประกันว่าบทตั้งในความเป็นจริงของโลกจะเป็นจริงหรือไม่ หากต้องการข้อสรุปที่เชื่อถือได้จริงในเชิงเนื้อหา ต้องพิจารณาความจริงเชิงประจักษ์ของบทตั้งร่วมด้วยเสมอ
2. รูปแบบการอนุมานที่ถูกต้องและรักษาความจริง
- รูปแบบการอนุมานที่สมเหตุสมผลและพบบ่อย:
- Modus Ponens (การยืนยันบทตั้ง):
- โครงสร้าง: เหตุ 1 คือ , เหตุ 2 คือ ข้อสรุป
- กลไก: เมื่อทราบว่า นำไปสู่ และเหตุการณ์ เกิดขึ้นจริง จึงสรุปได้แน่นอนว่า ย่อมเกิดขึ้น
- Modus Tollens (การปฏิเสธผลตาม):
- โครงสร้าง: เหตุ 1 คือ , เหตุ 2 คือ ข้อสรุป
- กลไก: เมื่อทราบว่าถ้าเกิด แล้วต้องตามด้วย แต่ปรากฏว่า ไม่เกิดขึ้น จึงสรุปตัดทิ้งได้ว่า ย่อมไม่เกิดขึ้น
- Disjunctive Syllogism (การคัดออกจากการเลือก):
- โครงสร้าง: เหตุ 1 คือ , เหตุ 2 คือ ข้อสรุป
- กลไก: เมื่อรู้ว่าต้องมีอย่างน้อยหนึ่งประพจน์ที่เป็นจริง และ ถูกหักล้างไปแล้ว ประพจน์ ที่เหลือจึงต้องเป็นจริงโดยปริยาย
- หลักคิด: การเข้าใจเหตุผลเชิงตรรกะในแต่ละขั้นตอนสำคัญกว่าการท่องจำชื่อเฉพาะของกฎ

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- การเปรียบเทียบสามรูปแบบ: ภาพสรุป 3 แผงแสดงโครงสร้างมาตรฐานที่สมเหตุสมผล: Modus Ponens (), Modus Tollens (), และ Disjunctive Syllogism () พร้อมสัญลักษณ์สามจุด () กำกับหน้าข้อสรุปอย่างเป็นระบบ
3. ข้อผิดพลาดเชิงตรรกะที่พบบ่อย (Fallacy)
- ระวังอย่าสับสนระหว่างเงื่อนไขเดิมกับเงื่อนไขกลับ:
- การยืนยันผลตาม (Affirming the Consequent):
- โครงสร้างผิด: เหตุ 1 คือ , เหตุ 2 คือ สรุปผิดว่า
- ความผิดพลาด: จาก และทราบว่า เกิดขึ้น ยังสรุปไม่ได้ว่า ต้องเกิด เพราะ อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น
- การปฏิเสธบทตั้ง (Denying the Antecedent):
- โครงสร้างผิด: เหตุ 1 คือ , เหตุ 2 คือ สรุปผิดว่า
- ความผิดพลาด: จาก และทราบว่า ไม่เกิด ยังสรุปไม่ได้ว่า จะไม่เกิด เพราะ อาจเป็นจริงได้จากเงื่อนไขอื่น
- ทั้งสองรูปแบบนี้อาจมีกรณีที่บทตั้งเป็นจริงทั้งหมดแต่ข้อสรุปเป็นเท็จ จึงถือว่าไม่สมเหตุสมผล

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ตัวอย่างค้าน (Counterexample): แผงซ้ายแสดงกรณี ทำให้ จริงและ จริง แต่ข้อสรุป เป็นเท็จ; แผงขวาแสดงกรณีเดียวกันทำให้ จริงและ จริง แต่ข้อสรุป เป็นเท็จ ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าทั้งสองรูปแบบไม่สมเหตุสมผล
- วิธีทดสอบโต้แย้ง: การสร้างสถานการณ์สมมุติที่ เป็นจริงจากปัจจัยอื่น หรือ ยังคงจริงแม้ จะไม่เกิด จะช่วยให้เห็นได้ทันทีว่าข้อมูลที่โจทย์ให้ไม่ได้บังคับข้อสรุป
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
โจทย์ให้ชุดข้อความแล้วถามว่าข้อสรุปตามมาหรือไม่
สังเกตจากโจทย์: มีคำว่า “ถ้า…แล้ว…”, “ทราบว่า”, “ดังนั้น” หรือให้เลือกข้อสรุป
เลือกวิธีคิด: แยกบทตั้งกับข้อสรุป เขียนสัญลักษณ์ แล้วลองหากรณีบทตั้งจริงครบแต่ conclusion เท็จ; ถ้าหาได้ รูปแบบไม่ valid
ตรวจคำอธิบายที่ดูน่าเชื่อแต่สลับเงื่อนไข
สังเกตจากโจทย์: บทตั้งเป็น แล้วมีข้อมูล q หรือ
เลือกวิธีคิด: เช็กว่าใช้ modus ponens/tollens จริงหรือกำลังยืนยันผลตาม/ปฏิเสธบทตั้ง; ใช้ counterexample ทดสอบ
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · ให้เหตุผลแบบ modus ponens
กำหนดว่า “ถ้าจำนวนเต็ม หารด้วย 4 ลงตัว แล้ว เป็นจำนวนคู่” และทราบว่า . สรุปได้หรือไม่ว่า เป็นจำนวนคู่?
- แทน = “4 หาร n ลงตัว” และ = “n เป็นจำนวนคู่”; กฎที่ให้คือ
- เมื่อ , จริงเพราะ ; จึงมีบทตั้ง และ จริงพร้อมกัน
- รูปแบบ ไม่มี valuation ที่บทตั้งจริงแต่ข้อสรุปเท็จ จึงใช้สรุป q ได้
คำตอบ: สรุปได้ว่า 28 เป็นจำนวนคู่
ตรวจเหตุผล: ตรวจแทนย้อน: จึงหารด้วย 2 ลงตัว; ข้อสรุปตรงกับนิยามจำนวนคู่
ตัวอย่าง 2 · สร้าง counterexample ให้การยืนยันผลตาม
มีเหตุผลว่า “ถ้ารูปสี่เหลี่ยมเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสแล้วมีด้าน 4 ด้าน; รูปหนึ่งมี 4 ด้าน; ดังนั้นรูปนั้นเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส” เหตุผลนี้สมเหตุสมผลหรือไม่?
- ให้ p = “เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส” และ q = “มีด้าน 4 ด้าน” รูปแบบคือ
- สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ไม่ใช่จัตุรัสเป็นตัวอย่างที่ q จริงแต่ p เท็จ; และ p→q ยังจริง
- จึงมีกรณีบทตั้งทั้งคู่จริงแต่ข้อสรุปเท็จ รูปแบบนี้ไม่สมเหตุสมผล
คำตอบ: ไม่สมเหตุสมผล; เป็นการยืนยันผลตาม
ตรวจเหตุผล: สี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็น counterexample จริง เพราะมี 4 ด้านแต่ไม่ใช่สี่เหลี่ยมจัตุรัส จึงหักล้างรูปแบบได้โดยไม่ต้องไล่ทุกกรณี