ตารางค่าความจริง
ตารางค่าความจริงช่วยตรวจประพจน์ผสมทุกกรณีอย่างเป็นระบบ โดยสร้างแถวให้ครบค่าความจริงของประพจน์ย่อย แล้วค่อยคำนวณตัวเชื่อมจากวงเล็บในออกมาด้านนอก
ความหมายของ , , , , , และ จากหัวข้อประพจน์และตัวเชื่อม
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. มีประพจน์ย่อย n ตัว ต้องมี แถว
- การสร้างตารางค่าความจริงต้องแจกแจงกรณีที่เป็นไปได้ของประพจน์ย่อยให้ครบถ้วนอย่างเป็นระบบ:
- จำนวนแถวและรูปแบบ ():
- สูตรคำนวณแถว: ตัวแปรประพจน์ 1 ตัวมี 2 ค่าความจริงคือ (จริง) หรือ (เท็จ) ดังนั้นถ้ามีประพจน์ย่อย ตัว จะต้องมีกรณีรวมทั้งหมด แถว เช่น มี 2 ตัวแปรจึงต้องมี แถว ()
- ความสำคัญ: การตกหล่นแถวใดแถวหนึ่งไป อาจทำให้สรุปค่าความจริงผิดพลาด เช่น สรุปผิดว่าประพจน์เป็นสัจนิรันดร์หรือจริงเสมอ
- การจัดเรียงอย่างเป็นแบบแผน:
- ลำดับสลับค่า: จัดให้ตัวแปรแรกเปลี่ยนช้ากว่า เช่น เป็น ส่วน สลับ
- การวางโครงตาราง: เติมคอลัมน์ของนิพจน์ย่อยทีละขั้นก่อนจะไปถึงคอลัมน์คำตอบสุดท้าย

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- โครงสร้างตาราง: แถวเรียงแบบแผน 4 กรณี
- การสลับค่าความจริง: ช่อง รวม ไว้ 2 แถวแรกและ ไว้ 2 แถวหลัง (เปลี่ยนทุก 2 แถว) ส่วน สลับ ทุกแถว
2. คำนวณจากวงเล็บและส่วนย่อย
- การหาค่าความจริงของประพจน์เชิงประกอบต้องดำเนินตามลำดับโครงสร้างนิพจน์:
- ลำดับการประเมินค่า:
- เริ่มจากชั้นใน: หาค่าของเครื่องหมายปฏิเสธ () และส่วนที่อยู่ในวงเล็บย่อยให้เสร็จก่อน แล้วจึงคำนวณตัวเชื่อมชั้นนอกถัดไป
- ข้อควรระวัง: เช่น นิพจน์ ต้องหาค่าความจริงของ ก่อน แล้วจึงนำไปเชื่อมกับ ด้วย “หรือ” ไม่ใช่อ่านตรง ๆ จากซ้ายไปขวาโดยไม่ดูโครงสร้าง
- การเปรียบเทียบนิพจน์:
- ใช้ตารางเดียวกัน: หากต้องการเปรียบเทียบสองนิพจน์ ให้ใส่คอลัมน์ของทั้งสองนิพจน์ไว้ในตารางเดียวกัน
- เหตุผล: การใช้แถวเดียวกันช่วยให้มั่นใจว่ากำลังเปรียบเทียบภายใต้เงื่อนไขค่าความจริงของ ชุดเดียวกันอย่างแท้จริง
3. ตารางเผยแถวที่ทำให้เงื่อนไขล้มเหลว
- ตารางค่าความจริงช่วยชี้จุดขัดแย้งและยืนยันสมมูลระหว่างรูปแบบประพจน์:
- การตรวจจับกรณีเท็จและสมมูล:
- ตัวเชื่อมถ้า...แล้ว (): มีค่าความจริงเป็นเท็จเพียงกรณีเดียว คือแถวที่ และ (เหตุจริงแต่ผลเท็จ)
- การสมมูลกับ : นิพจน์ ให้ค่าความจริงตรงกันทุกแถวกับ ตารางจึงยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าทั้งสองรูปแบบมีค่าความจริงเหมือนกันทุกกรณี
- ข้อจำกัดและข้อควรระวัง:
- ไม่สะท้อนเหตุผลเชิงเวลา: ตารางตรวจสอบตามนิยามค่าความจริงของตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ ไม่ได้แสดงความสัมพันธ์เชิงเวลาหรือสาเหตุ-ผลลัพธ์ในภาษาธรรมชาติ
- ข้อความต้องเป็นประพจน์: หากข้อความต้นทางไม่ได้เป็นประพจน์ จะไม่สามารถสร้างตารางค่าความจริงมาตัดสินได้

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวมทั้งสี่กรณี: ตารางแจกแจง และ ทั้งสี่กรณี () โดย และ ให้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกแถว
- แถววิกฤต (Critical Row): แถวที่ ถูกเน้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นแถวเดียวที่ทำให้ มีค่าความจริงเป็นเท็จ () ส่วนแถวอื่นมีค่าเป็นจริง () ทั้งหมด
- สัญลักษณ์: แทนจริง, แทนเท็จ โดย ล้มเหลวเฉพาะเมื่อเหตุเกิดแต่ผลไม่เกิด
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
ตรวจนิพจน์ที่มีวงเล็บหรือตัวเชื่อมหลายชั้น
สังเกตจากโจทย์: มีนิเสธซ้อน วงเล็บ หรือมีทั้ง “และ/หรือ/ถ้า…แล้ว…”
เลือกวิธีคิด: นับตัวแปรเพื่อกำหนด แถว จากนั้นเติมคอลัมน์ชั้นในก่อนและทำให้ครบทุกแถว
หาค่าที่ทำให้นิพจน์เป็นเท็จหรือเปรียบเทียบสองรูป
สังเกตจากโจทย์: ถามว่านิพจน์จริงเมื่อใด, สมมูลหรือไม่ หรือเป็นจริงทุกกรณีไหม
เลือกวิธีคิด: เทียบคอลัมน์ท้ายในแถวเดียวกัน; ถ้าต่างกันให้ใช้แถวนั้นเป็นตัวอย่างโต้แย้ง
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · เติมตารางของนิเสธหรือ p หรือ q
สร้างค่าความจริงของ สำหรับประพจน์ย่อย ทุกกรณี
- มีตัวแปร 2 ตัว จึงมี แถว; เรียงเป็น
- หาค่า ทีละแถวได้ แล้วใช้ “หรือ” ซึ่งเท็จเมื่อทั้งสองข้างเท็จเท่านั้น
- จึงได้คอลัมน์สุดท้าย โดยมีแถวที่เท็จเพียง
คำตอบ: ลำดับแถว ให้ เป็น
ตรวจเหตุผล: ตรวจแถว : และ จึง ; แถวอื่นมีอย่างน้อยหนึ่งข้างจริง
ตัวอย่าง 2 · ตรวจเงื่อนไขจากตารางเดียวกัน
จากตารางตัวอย่าง ตรวจว่า มีค่าความจริงเหมือนกับ ทุกแถวหรือไม่
- คงลำดับแถวเดิมไว้: เพื่อไม่ให้เทียบคนละกรณี
- คอลัมน์ เป็น เพราะเท็จเฉพาะ
- คอลัมน์ ก็เป็น จึงตรงกันครบทุกแถว
คำตอบ: มีค่าเหมือนกันทุกแถว ดังนั้น และ สมมูลกัน
ตรวจเหตุผล: ตรวจครบทั้งสี่ valuation แล้ว; ถ้าเพียงยกตัวอย่างบางแถว จะยังไม่พิสูจน์สมมูล