ประพจน์และตัวเชื่อม

ก่อนหาค่าความจริง ให้แยกก่อนว่าข้อความนั้นตัดสินจริงหรือเท็จได้หรือยัง แล้วจึงเชื่อมข้อความย่อยตามความหมายของ และ/หรือ/ถ้า…แล้ว…/ก็ต่อเมื่อ

ข้อความบอกเล่าและค่าความจริง “จริง” หรือ “เท็จ”; ในบทนี้ “หรือ” เป็นหรือแบบรวม คือยอมให้จริงทั้งสองข้อความได้

เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข

1. ประพจน์ต้องตัดสินจริงหรือเท็จได้

  • การจำแนกประพจน์และการแยกแยะประโยคเปิด:
  • นิยามของประพจน์ (Proposition):
    • คือประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธที่มีค่าความจริงเป็น จริง (TT) หรือ เท็จ (FF) อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
    • ตัวอย่าง: “77 เป็นจำนวนเฉพาะ” เป็นประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริง (TT); “99 เป็นจำนวนเฉพาะ” เป็นประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นเท็จ (FF)
    • ข้อความที่ไม่เป็นประพจน์: คำถาม คำสั่ง คำขอร้อง หรือคำอุทาน ไม่สามารถตัดสินค่าความจริงได้ จึงไม่เป็นประพจน์
  • ประโยคเปิด (Open Sentence):
    • คือประโยคที่มีตัวแปร เช่น “x+2=5x+2=5” ซึ่งยังไม่มีค่าความจริงจนกว่าจะกำหนดค่าให้ตัวแปร xx หรือใส่ตัวบ่งปริมาณพร้อมโดเมนกำกับ เช่น “มีจำนวนเต็ม xx ที่ทำให้ x+2=5x+2=5” เมื่อระบุครบแล้วจึงกลายเป็นประพจน์
การ์ดแสดง “7 เป็นจำนวนเฉพาะ” ว่าจริงและ “9 เป็นจำนวนเฉพาะ” ว่าเท็จ; “x+2=5” ยังไม่มีค่าความจริงจนกว่าจะกำหนด x; การ์ดคำถามระบุว่าไม่มีค่าความจริงและไม่ใช่ประพจน์
ภาพเปรียบเทียบค่าความจริงของตัวอย่างและประโยคที่ยังตัดสินไม่ได้; ควรสังเกตว่าคำถามไม่มีค่าความจริง จึงไม่ใช่ประพจน์
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
    • การ์ดข้อความจริง/เท็จ: “77 เป็นจำนวนเฉพาะ” (TT) และ “99 เป็นจำนวนเฉพาะ” (FF) เป็นประพจน์ทั้งคู่
    • การ์ดประโยคเปิด: “x+2=5x+2=5” ยังไม่เป็นประพจน์จนกว่าจะทราบค่าของ xx
    • การ์ดคำถาม: ประโยคคำถามไม่มีค่าความจริง จึงไม่จัดเป็นประพจน์

2. ตัวเชื่อมกำหนดวิธีประกอบค่าความจริง

  • การทำงานของตัวเชื่อมเชิงตรรกศาสตร์พื้นฐาน:
  • นิเสธ (¬p\neg p หรือ ∼p\sim p): เปลี่ยนค่าความจริงเป็นตรงกันข้าม (จริงเป็นเท็จ เท็จเป็นจริง)
  • และ (p∧qp\land q): มีค่าความจริงเป็นจริงเพียงกรณีเดียว คือเมื่อทั้ง pp และ qq เป็นจริงทั้งคู่
  • หรือ (p∨qp\lor q): มีค่าความจริงเป็นจริงเมื่อมีอย่างน้อยหนึ่งข้อความเป็นจริง (รวมกรณีที่จริงทั้งคู่ด้วย)
  • หลักการประเมินค่า: ตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ไม่ได้บอกเนื้อหาเชิงภาษา แต่บอกกฎการคำนวณค่าความจริง ดังนั้นเมื่อโจทย์กำหนดค่าของ p,qp, q มาแล้ว ให้หาค่าของแต่ละส่วนย่อยก่อนนำมาเชื่อมกัน

3. เงื่อนไข “ถ้า…แล้ว…” ไม่เท่ากับเหตุและผลในชีวิตจริง

  • ตรรกศาสตร์ของตัวเชื่อมเชิงเงื่อนไขและก็ต่อเมื่อ:
  • ถ้า...แล้ว (p→qp\to q):
    • กรณีเท็จเพียงหนึ่งเดียว: มีค่าความจริงเป็นเท็จกรณีเดียว คือเมื่อ pp เป็นจริง แต่ qq เป็นเท็จ (p=T,q=Fp=T, q=F)
    • กรณีเหตุเท็จ: ถ้า pp เป็นเท็จ ประพจน์เชิงเงื่อนไขนี้จะมีค่าความจริงเป็นจริงเสมอตามนิยามตรรกศาสตร์
  • ก็ต่อเมื่อ (p↔qp\leftrightarrow q): มีค่าความจริงเป็นจริงเมื่อ pp และ qq มีค่าความจริงเหมือนกันทั้งคู่ (TTTT หรือ FFFF)
  • เงื่อนไขจำเป็นและเงื่อนไขเพียงพอ:
    • ในข้อความ “ถ้า pp แล้ว qq” จะเรียก pp ว่าเป็น เงื่อนไขเพียงพอ (sufficient condition) ของ qq และเรียก qq ว่าเป็น เงื่อนไขจำเป็น (necessary condition) ของ pp
    • ข้อควรระวัง: ไม่สามารถสลับเป็น q→pq\to p ได้โดยอัตโนมัติ เช่น “ถ้าหารด้วย 4 ลงตัวแล้วเป็นจำนวนคู่” เป็นจริง แต่จำนวนคู่ไม่จำเป็นต้องหารด้วย 4 ลงตัวเสมอไป

ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?

โจทย์ให้ค่าความจริงของข้อความย่อยมาแล้วถามประโยคผสม

สังเกตจากโจทย์: เห็นคำว่า “และ”, “หรือ”, “ถ้า…แล้ว…” หรือ “ก็ต่อเมื่อ”

เลือกวิธีคิด: ตั้งชื่อข้อความเป็น p,qp,q ก่อน แปลคำเชื่อมให้ตรง แล้วใช้ค่าความจริงตามนิยาม; อย่าตีความ “หรือ” ว่าต้องเลือกได้อย่างเดียว

ตรวจว่าประโยคที่มีตัวแปรตัดสินได้หรือไม่

สังเกตจากโจทย์: มี xx หรือมีถ้อยคำ “ทุก”, “มี…บางตัว”

เลือกวิธีคิด: หาโดเมนและดูว่าตัวแปรถูกกำหนดด้วยค่าหรือตัวบ่งปริมาณแล้วหรือยัง; ถ้ายังเป็นประโยคเปิด ค่าความจริงอาจเปลี่ยนเมื่อเปลี่ยนค่า xx

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด

ตัวอย่าง 1 · ประกอบค่าความจริงโดยไม่สลับทิศของเงื่อนไข

ให้ pp คือ “10 เป็นจำนวนคู่” และ qq คือ “10 หารด้วย 4 ลงตัว” จงหาค่าความจริงของ p∧qp\land q, p∨qp\lor q, p→qp\to q และ q→pq\to p

  1. จากนิยามจำนวนคู่ pp เป็นจริง; 10 ไม่ใช่พหุคูณของ 4 จึง qq เป็นเท็จ
  2. ทั้งคู่จริงไม่ครบ จึง p∧qp\land q เท็จ; อย่างน้อยหนึ่งจริง จึง p∨qp\lor q จริง
  3. p→qp\to q มีกรณีจริงไปเท็จ จึงเท็จ แต่ q→pq\to p มีบทตั้งเป็นเท็จ จึงจริงตามตารางของเงื่อนไข

คำตอบ: p∧q=Fp\land q=F, p∨q=Tp\lor q=T, p→q=Fp\to q=F และ q→p=Tq\to p=T

ตรวจเหตุผล: ตรวจกลับด้วยคู่ค่า (p,q)=(T,F)(p,q)=(T,F): “และ” ได้ F, “หรือ” ได้ T, เงื่อนไขจาก T ไป F ได้ F และเงื่อนไขจาก F ไป T ได้ T

ตัวอย่าง 2 · พิสูจน์ข้อความ “ถ้าหารด้วย 4 ลงตัวแล้วเป็นจำนวนคู่”

กำหนด nn เป็นจำนวนเต็ม จงตรวจข้อความ “ถ้า nn หารด้วย 4 ลงตัว แล้ว nn เป็นจำนวนคู่” และพิจารณาว่ากลับเงื่อนไขได้หรือไม่

  1. ถ้า 44 หาร nn ลงตัว เขียนได้ว่า n=4kn=4k สำหรับจำนวนเต็ม kk
  2. จึง n=2(2k)n=2(2k) และ 2k2k เป็นจำนวนเต็ม ดังนั้น nn หารด้วย 2 ลงตัว ข้อความเดิมจริงสำหรับจำนวนเต็มทุกตัว
  3. ข้อความกลับ “ถ้า nn เป็นจำนวนคู่แล้วหารด้วย 4 ลงตัว” ไม่จริง เช่น n=2n=2: เป็นคู่แต่หารด้วย 4 ไม่ลงตัว

คำตอบ: ข้อความเดิมจริง; ข้อความกลับไม่จริง

ตรวจเหตุผล: ตัวอย่างโต้แย้ง n=2n=2 หักล้างข้อความกลับได้ทันที ส่วนการพิสูจน์ข้อความเดิมครอบคลุมทุก nn ผ่านการเขียน n=4kn=4k