VSEPR และรูปร่างโมเลกุล
Lewis วางอะตอมและคู่อิเล็กตรอนบนระนาบกระดาษ แต่โมเลกุลจริงเป็นสามมิติและจัดตัวเพื่อลดแรงผลักระหว่างบริเวณอิเล็กตรอน
พื้นฐานที่ใช้: วาด Lewis ให้ครบและแยกคู่อิเล็กตรอนที่ใช้สร้างพันธะออกจากคู่โดดเดี่ยวบนอะตอมกลาง
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. นับบริเวณอิเล็กตรอนรอบอะตอมกลางตามทฤษฎี VSEPR
- ทฤษฎีการผลักกันของคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์ (VSEPR Theory) วางอยู่บนหลักการว่า บริเวณที่มีความหนาแน่นอิเล็กตรอนรอบอะตอมกลางจะผลักกันเองและจัดตัวให้อยู่ห่างกันมากที่สุดในสามมิติเพื่อลดแรงผลักให้เหลือน้อยที่สุด
- การนับบริเวณความหนาแน่นอิเล็กตรอน (Electron Domains):
- พันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม นับเป็น 1 บริเวณ (1 พันธะต่ออะตอม)
- อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว (Lone pair) 1 คู่ นับเป็น 1 บริเวณ
- แรงผลักสัมพัทธ์: คู่โดดเดี่ยวถูกดึงดูดด้วยนิวเคลียสเพียงอะตอมเดียว จึงแผ่ขยายกินปริมาตรมากกว่า และส่งแรงผลักมากกว่าคู่ร่วมพันธะ:

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวม: การเปรียบเทียบระหว่างรูปร่างคู่อิเล็กตรอนกับรูปร่างโมเลกุลของแอมโมเนีย ()
- ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
- อะตอมกลาง : มี 4 บริเวณอิเล็กตรอน (3 พันธะ คู่โดดเดี่ยว)
- รูปร่างคู่อิเล็กตรอน (Electron geometry): ทรงสี่หน้า (Tetrahedral)
- รูปร่างโมเลกุล (Molecular geometry): พีระมิดฐานสามเหลี่ยม (Trigonal pyramidal) จากการมองเฉพาะตำแหน่งของนิวเคลียสอะตอม และ
- ข้อจำกัดของภาพจำลอง: เป็นภาพวาดแสดงทิศทางพันธะ ไม่ได้แสดงการทับซ้อนจริงของออร์บิทัลลูกผสม
2. รูปร่างคู่อิเล็กตรอนไม่เท่ากับรูปร่างโมเลกุล
- ความแตกต่างสำคัญ:
- รูปร่างคู่อิเล็กตรอน: นับการจัดเรียงของทั้งคู่ร่วมพันธะและคู่โดดเดี่ยว
- รูปร่างโมเลกุล: พิจารณาเฉพาะตำแหน่งของนิวเคลียสอะตอมเท่านั้น (มองไม่เห็นคู่โดดเดี่ยว)
- ตัวอย่างกลุ่ม 4 บริเวณอิเล็กตรอน (Electron geometry: ทรงสี่หน้า):
- 4 พันธะ, 0 คู่โดดเดี่ยว: ทรงสี่หน้า (Tetrahedral) เช่น
- 3 พันธะ, 1 คู่โดดเดี่ยว: พีระมิดฐานสามเหลี่ยม (Trigonal pyramidal) เช่น
- 2 พันธะ, 2 คู่โดดเดี่ยว: มุมงอ (Bent / V-shaped) เช่น
3. มุมพันธะจริงเบี่ยงเบนจากมุมอุดมคติ
- รูปทรงพื้นฐานตามจำนวนบริเวณอิเล็กตรอน:
- 2 บริเวณ: เส้นตรง (Linear, มุม ) เช่น
- 3 บริเวณ: สามเหลี่ยมแบนราบ (Trigonal planar, มุม ) เช่น
- 4 บริเวณ: ทรงสี่หน้า (Tetrahedral, มุม ) เช่น
- 5 บริเวณ: พีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม (Trigonal bipyramidal, มุม ) เช่น
- 6 บริเวณ: ทรงแปดหน้า (Octahedral, มุม ) เช่น
- ผลของแรงผลักจากคู่โดดเดี่ยว:
- คู่โดดเดี่ยวมีแรงผลักสูงกว่า จึงบีบมุมระหว่างพันธะให้แคบลงกว่ามุมอุดมคติ
- ตัวอย่างในกลุ่ม 4 บริเวณ:
- (ไม่มีคู่โดดเดี่ยว): มุม
- (1 คู่โดดเดี่ยว): มุมถูกบีบลงเหลือประมาณ
- (2 คู่โดดเดี่ยว): มุมถูกบีบลงเหลือประมาณ
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
ทำนายรูปร่างจาก Lewis
สังเกตจากโจทย์: ให้สูตรโมเลกุลหรือภาพ Lewis ที่มี lone pair บนอะตอมกลาง
เลือกวิธีคิด: นับบริเวณรอบอะตอมกลางก่อน จากนั้นตั้งชื่อ electron-pair geometry และละ lone pair ออกจากชื่อ molecular shape
เปรียบเทียบมุมพันธะ
สังเกตจากโจทย์: โมเลกุลมีจำนวนบริเวณใกล้กันแต่จำนวน lone pair ต่างกัน
เลือกวิธีคิด: ใช้รูปแบบพื้นฐานเป็นค่าอ้างอิง แล้วพิจารณาว่า lone pair ผลักมากกว่าและทำให้มุมระหว่างพันธะเล็กลง
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · หา geometry ของ NH₃
จาก Lewis ของ NH₃ ที่ N มีพันธะ N–H สามพันธะและคู่โดดเดี่ยวหนึ่งคู่ จงบอกรูปร่างทั้งสองแบบ
- รวมบริเวณรอบ N: พันธะสามบริเวณบวก lone pair หนึ่งเป็น 4
- สี่บริเวณจัดแบบทรงสี่หน้าเพื่อลดแรงผลัก จึงเป็นรูปร่างคู่อิเล็กตรอน
- เมื่อตั้งชื่อรูปร่างโมเลกุลไม่นับตำแหน่ง lone pair เป็นอะตอม จึงเห็น H สามตัวเป็นพีระมิดฐานสามเหลี่ยม
คำตอบ: electron-pair geometry = tetrahedral; molecular shape = trigonal pyramidal
ตรวจเหตุผล: นับอะตอมที่ผูกกับ N ได้ 3 ไม่ใช่ 4 และจำไว้ว่ามี lone pair 1 คู่ซึ่งเปลี่ยนชื่อรูปร่างโมเลกุล
ตัวอย่าง 2 · หา geometry ของ CO₂
โครงสร้าง Lewis O=C=O มีพันธะคู่สองด้านและไม่มี lone pair บน C จงทำนายรูปร่าง
- รอบ C มีพันธะคู่สองบริเวณ; พันธะคู่แต่ละเส้นนับเป็นหนึ่งบริเวณ ไม่ได้นับตามจำนวนคู่ร่วมพันธะ
- สองบริเวณผลักกันให้อยู่คนละด้านเพื่อห่างกันมากที่สุด
- ไม่มี lone pair บนอะตอมกลาง รูปร่างคู่อิเล็กตรอนและรูปร่างโมเลกุลจึงตรงกัน
คำตอบ: เป็นเส้นตรง (linear) มุม O–C–O ประมาณ 180°
ตรวจเหตุผล: นับบริเวณเป็น 2; อย่านับอิเล็กตรอนสี่คู่ของพันธะคู่เป็นสี่ทิศทาง