สภาพขั้ว
การมีพันธะมีขั้วไม่ได้รับประกันว่าโมเลกุลทั้งโมเลกุลมีขั้ว ต้องรู้รูปร่างสามมิติและรวมเวกเตอร์ของพันธะก่อน
พื้นฐานที่ใช้: ค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีบอกแนวโน้มดึงดูดอิเล็กตรอนในพันธะ; โครงสร้าง Lewis และ VSEPR ใช้หารูปร่างโมเลกุล
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. แยกสภาพขั้วของพันธะออกจากสภาพขั้วของโมเลกุล
- การมีพันธะมีขั้วในโมเลกุลไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าโมเลกุลนั้นจะต้องเป็นโมเลกุลมีขั้ว สภาพขั้วของโมเลกุลขึ้นอยู่กับ ผลรวมเวกเตอร์ของไดโพลพันธะทั้งหมดในสามมิติ
- สภาพขั้วของพันธะ (Bond dipole):
- เกิดจากผลต่างค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตี () ระหว่างสองอะตอมที่สร้างพันธะกัน ดึงดูดกลุ่มหมอกอิเล็กตรอนไปทางอะตอมที่มีค่า สูงกว่า
- แสดงด้วยลูกศรไดโพล โดยหางลูกศรมีขีดกากบาทอยู่ที่ด้านประจุบวกบางส่วน () และหัวลูกศรชี้ไปยังด้านประจุลบบางส่วน ()

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวม: อิทธิพลของรูปร่างโมเลกุลต่อการรวมเวกเตอร์ไดโพลระหว่าง กับ
- ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
- (โมเลกุลเส้นตรง): พันธะ มีขั้วทั้งสองข้าง แต่เวกเตอร์มีขนาดเท่ากันและชี้ในทิศตรงข้ามกัน จึงหักล้างกันหมด โมเลกุลไม่มีขั้วสุทธิ ()
- (โมเลกุลมุมงอ): พันธะ มีขั้วทั้งสองข้าง ชี้เข้าหาอะตอมออกซิเจน เมื่อรวมเวกเตอร์ในสองทิศทาง ไดโพลไม่หักล้างกัน โมเลกุลมีขั้วสุทธิ () ชี้เข้าหา
- ข้อจำกัดของภาพจำลอง: แสดงทิศทางไดโพลในระนาบ โมเลกุลสามมิติอื่นต้องพิจารณามิติเชิงเรขาคณิตครบทุกแกน
2. ขั้วโมเลกุลเป็นผลรวมเวกเตอร์ในสามมิติ
- ขั้นตอนการพิจารณาสภาพขั้วของโมเลกุล:
- เขียนโครงสร้างลิวอิสและทำนายรูปร่างโมเลกุลสามมิติด้วยทฤษฎี VSEPR
- เขียนเวกเตอร์ไดโพลของแต่ละพันธะตามทิศทางความแตกต่างของค่า
- รวมเวกเตอร์ของทุกพันธะในสามมิติ:
- หากเวกเตอร์หักล้างกันหมดรอบทิศทาง: โมเลกุลไม่มีขั้ว (Non-polar molecule, )
- หากเวกเตอร์ไม่หักล้างกันหรือเหลือทิศทางสุทธิ: โมเลกุลมีขั้ว (Polar molecule, )
3. ความสมมาตร ชนิดอะตอม และคู่อิเล็กตรอนโดดเดี่ยว
- ปัจจัยที่ทำให้โมเลกุลไม่มีขั้ว (เวกเตอร์หักล้างกันหมด):
- โมเลกุลมีรูปร่างสมมาตรสมบูรณ์รอบอะตอมกลาง และอะตอมที่ล้อมรอบทุกตำแหน่งเป็นธาตุชนิดเดียวกัน เช่น:
- เส้นตรง:
- สามเหลี่ยมแบนราบ:
- ทรงสี่หน้า:
- พีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม:
- ทรงแปดหน้า:
- โมเลกุลมีรูปร่างสมมาตรสมบูรณ์รอบอะตอมกลาง และอะตอมที่ล้อมรอบทุกตำแหน่งเป็นธาตุชนิดเดียวกัน เช่น:
- ปัจจัยที่ทำให้โมเลกุลมีขั้ว (เวกเตอร์ไม่หักล้างกัน):
- มีคู่อิเล็กตรอนโดดเดี่ยวบนอะตอมกลาง: ทำให้รูปร่างบิดเบี้ยวไม่สมมาตร เช่น (พีระมิดฐานสามเหลี่ยม), (มุมงอ), (ม้ากระดก)
- อะตอมที่ล้อมรอบต่างชนิดกัน: แม้รูปร่างภายนอกจะสมมาตร เช่น หรือ (ทรงสี่หน้า) แต่ไดโพลของพันธะ และ มีขนาดไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถหักล้างกันหมดได้
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
จำแนกสารมีขั้วและไม่มีขั้ว
สังเกตจากโจทย์: โจทย์ให้ค่า EN, Lewis, หรือรูปร่างสามมิติ
เลือกวิธีคิด: หาขั้วของแต่ละพันธะก่อน จากนั้นวาดทิศลูกศรและรวมเวกเตอร์ตามรูปร่าง; อย่าหยุดแค่บอกว่าพันธะมีขั้ว
อธิบายแรงระหว่างโมเลกุลหรือการละลายเชิงแนวคิด
สังเกตจากโจทย์: เปรียบเทียบโมเลกุลที่มีมวลหรือหมู่ฟังก์ชันใกล้กัน
เลือกวิธีคิด: ใช้สภาพขั้วเป็นข้อมูลตั้งต้น แล้วดูพันธะไฮโดรเจน มวล/รูปร่างและแรงลอนดอนประกอบ ไม่ใช้กฎขั้วเดียวทำนายทุกสมบัติ
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · ทำไม CO₂ ไม่มีขั้วสุทธิ
ใน CO₂ พันธะ C=O มีขั้ว แต่โมเลกุลเป็นเส้นตรง จงตัดสินขั้วของโมเลกุล
- ค่า EN ต่างกันทำให้ไดโพลแต่ละ C=O ชี้จาก C ไป O
- VSEPR ให้ O=C=O เป็นเส้นตรง จึงมีเวกเตอร์ขนาดเท่ากันชี้สวนทาง
- รวมเวกเตอร์สองด้านแล้วได้ศูนย์ จึงไม่มีไดโพลสุทธิ
คำตอบ: CO₂ ไม่มีขั้วสุทธิ แม้พันธะ C=O ทั้งสองมีขั้ว
ตรวจเหตุผล: แยกคำตอบสองระดับ: พันธะมีขั้ว แต่โมเลกุลรวมไม่มีขั้วเพราะสมมาตรและหักล้าง
ตัวอย่าง 2 · ตัดสินขั้วของ H₂O
พันธะ O–H มีขั้วและรูปร่างโมเลกุล H₂O เป็น bent จงหาทิศไดโพลรวม
- ออกซิเจนดึงดูดอิเล็กตรอนได้มากกว่า H; เวกเตอร์พันธะจึงชี้จาก H ไป O
- พันธะสองด้านไม่อยู่คนละทิศแบบเส้นตรง เพราะมีคู่โดดเดี่ยวทำให้โมเลกุลงอ
- องค์ประกอบด้านข้างของเวกเตอร์ไม่หักล้างกันหมด และส่วนตามแนวกึ่งกลางชี้ไปทาง O
คำตอบ: H₂O เป็นโมเลกุลมีขั้ว โดยไดโพลสุทธิชี้ไปทางด้านออกซิเจน
ตรวจเหตุผล: ถ้าบังคับวาดเป็นเส้นตรงจะได้ผลรวมผิด; ใช้รูปร่างสามมิติจาก VSEPR ก่อนรวมลูกศร