แรงระหว่างโมเลกุลและสมบัติสาร
เวลาเดือด น้ำมักยังเป็น H₂O อยู่: พลังงานส่วนใหญ่ใช้แยกโมเลกุลออกจากกัน ไม่ได้ตัดพันธะ O–H ภายในโมเลกุล
พื้นฐานที่ใช้: แรงยึดเหนี่ยวภายในโมเลกุลสร้างโครงสร้าง Lewis; แรงระหว่างโมเลกุลหรืออนุภาคมีผลต่อการรวมตัวและสมบัติทางกายภาพ
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. แยกแรงภายในโมเลกุลออกจากแรงระหว่างโมเลกุล
- การทำความเข้าใจพฤติกรรมของสารโคเวเลนต์ต้องแยกแยะแรงสองระดับออกจากกันอย่างเด็ดขาด:
- แรงภายในโมเลกุล (Intramolecular forces):
- คือ พันธะโคเวเลนต์ ที่ยึดอะตอมเข้าด้วยกันเป็นโมเลกุล มีความแข็งแรงสูงมาก
- การทำลายแรงนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและสูญเสียเอกลักษณ์ของโมเลกุลเดิม
- แรงระหว่างโมเลกุล (Intermolecular forces, IMF):
- คือแรงดึงดูดอย่างอ่อนที่กระทำระหว่างโมเลกุลที่อยู่ใกล้เคียงกัน
- การเปลี่ยนสถานะทางกายภาพ (เช่น การระเหย การเดือด หรือการหลอมเหลว) เป็นการให้พลังงานเพื่อ เอาชนะแรงระหว่างโมเลกุลเท่านั้น
- ตัวอย่างสำคัญ: เมื่อน้ำเดือดกลายเป็นไอน้ำ ไอน้ำยังคงเป็นโมเลกุล พันธะ ภายในโมเลกุลไม่ได้ถูกตัดขาดเป็นอะตอม และ

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวม: การเปรียบเทียบระดับแรงภายในโมเลกุลกับแรงระหว่างโมเลกุลของน้ำ
- ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
- เส้นทึบ (): พันธะโคเวเลนต์ภายในโมเลกุล (Intramolecular bond) มีความแข็งแรงสูง
- เส้นประ (): พันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุล (Intermolecular hydrogen bond)
- เมื่อน้ำเดือด: ระบบเอาชนะแรงระหว่างโมเลกุล (เส้นประ) เป็นหลัก โมเลกุลยังคงมีสูตรเคมีเป็น
- ข้อจำกัดของภาพจำลอง: แสดงปฏิสัมพันธ์ระหว่าง 2 โมเลกุล ในน้ำเหลวจริงเกิดโครงข่ายพันธะไฮโดรเจนแบบพลวัตเชื่อมโยงกันรอบทิศทาง
2. การจำแนกชนิดของแรงระหว่างโมเลกุล
- แรงระหว่างโมเลกุลจำแนกตามสภาพขั้วและโครงสร้างทางเคมี:
- 1. แรงแผ่กระจายลอนดอน (London dispersion forces):
- เกิดจากกลุ่มหมอกอิเล็กตรอนเบี่ยงเบนชั่วขณะจนเกิดเป็นไดโพลชั่วคราว (Induced dipole)
- มีอยู่ในโมเลกุลทุกชนิด (และเป็นแรงชนิดเดียวในโมเลกุลไม่มีขั้ว เช่น )
- ขนาดของแรงเพิ่มขึ้นตาม ขนาดโมเลกุล/มวลโมเลกุล (จำนวนอิเล็กตรอนมาก สภาพขั้วเหนี่ยวนำได้ง่ายขึ้น) และ พื้นที่ผิวสัมผัส ของโมเลกุล
- 2. แรงดึงดูดระหว่างขั้ว (Dipole-dipole forces):
- เกิดระหว่างโมเลกุลที่มีขั้วถาวร (Polar molecules) โดยขั้วบวกบางส่วน () ของโมเลกุลหนึ่งดึงดูดขั้วลบบางส่วน () ของโมเลกุลข้างเคียง
- 3. พันธะไฮโดรเจน (Hydrogen bonding):
- เป็นแรงดึงดูดระหว่างขั้วที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ
- เกิดขึ้นเมื่ออะตอมไฮโดรเจนที่สร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุที่มีค่า สูงมากและขนาดอะตอมเล็ก คือ ไปดึงดูดกับคู่อิเล็กตรอนโดดเดี่ยวของ ในโมเลกุลข้างเคียง
- แข็งแรงกว่าแรงระหว่างขั้วทั่วไปมาก ส่งผลให้สารเช่น มีจุดเดือดสูงกว่าสารอื่นในหมู่เดียวกันอย่างชัดเจน
3. ความสัมพันธ์ระหว่างแรงยึดเหนี่ยวกับสมบัติทางกายภาพ
- แนวโน้มสมบัติเมื่อแรงระหว่างโมเลกุลแข็งแรงขึ้น:
- จุดเดือดและจุดหลอมเหลว: สูงขึ้น (ต้องใช้พลังงานความร้อนมากขึ้นในการแยกโมเลกุลออกจากกัน)
- ความดันไอ (Vapor pressure): ลดลง (สารระเหยกลายเป็นไอได้ยากขึ้น)
- ความหนืด (Viscosity) และแรงตึงผิว (Surface tension): เพิ่มขึ้น
- เงื่อนไขสำคัญในการเปรียบเทียบ:
- การเปรียบเทียบความแรงของแรงระหว่างโมเลกุลชนิดต่าง ๆ ใช้ได้แม่นยำเมื่อสารมี ขนาดโมเลกุลและมวลโมเลกุลใกล้เคียงกัน
- ผลของโครงสร้างโซ่ตรงเทียบกับโซ่กิ่ง: โมเลกุลที่เป็นโซ่ตรง (เช่น -pentane) มีพื้นที่ผิวสัมผัสแนบชิดกันได้มากกว่าไอโซเมอร์โซ่กิ่ง (เช่น neopentane) จึงมีแรงลอนดอนมากกว่าและมีจุดเดือดสูงกว่า
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
จัดอันดับแรงระหว่างโมเลกุลหรือจุดเดือด
สังเกตจากโจทย์: โจทย์เปรียบเทียบโมเลกุลที่ให้สูตร โครงสร้าง มวล หรือการมี N–H/O–H/F–H
เลือกวิธีคิด: จำแนกแรงทุกชนิดที่มี จากนั้นเทียบขนาดและรูปร่าง; ใช้กฎเปรียบเทียบเมื่อสมบัติอื่นใกล้กันและระบุข้อจำกัด
อธิบายการเดือด ความหนืด หรือแรงตึงผิว
สังเกตจากโจทย์: ถามว่าสารใดไหลช้ากว่า ระเหยยากกว่า หรือมีจุดเดือดสูงกว่า
เลือกวิธีคิด: เชื่อมแรงยึดเหนี่ยวกับการต้องใช้พลังงานหรือแรงมากขึ้นเพื่อแยกอนุภาค แล้วแยกแรงระหว่างโมเลกุลจากพันธะภายใน
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · เทียบ H₂O กับ H₂S
ทั้งคู่มีอะตอมสามตัว แต่ H₂O มีจุดเดือดสูงกว่า H₂S มาก อธิบายโดยใช้แรงระหว่างโมเลกุล
- โครงสร้างทั้งคู่มีพันธะมีขั้วและมีแรงลอนดอน; ห้ามดูแค่มวลหรือแค่คำว่ามีขั้ว
- H₂O มี H ต่อกับ O จึงเกิดแรงไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลน้ำได้เด่น ส่วน H₂S ไม่เข้าเกณฑ์ N–H/O–H/F–H
- ต้องให้ความร้อนมากขึ้นเพื่อแยกโมเลกุลน้ำออกจากกัน จึงสอดคล้องกับจุดเดือดของน้ำที่สูงกว่า
คำตอบ: แรงไฮโดรเจนระหว่าง H₂O ช่วยอธิบายจุดเดือดสูงกว่า H₂S แม้ H₂O มีมวลโมเลกุลน้อยกว่า
ตรวจเหตุผล: แรงไฮโดรเจนที่กล่าวถึงอยู่ระหว่างโมเลกุล ไม่ใช่การสลายพันธะ O–H ในแต่ละโมเลกุล
ตัวอย่าง 2 · เทียบจุดเดือดของไอโซเมอร์ C₅H₁₂
n-pentane เดือดที่ประมาณ 36°C และ neopentane ที่ประมาณ 9.5°C ทั้งคู่ไม่ขั้วและมีสูตร C₅H₁₂ เหตุใดค่าจึงต่างกัน?
- ทั้งสองมีมวลและสูตรเดียวกัน จึงเทียบผลของโครงสร้างต่อแรงลอนดอนได้ชัดขึ้น
- โซ่ตรงของ n-pentane มีพื้นที่สัมผัสระหว่างโมเลกุลมากกว่า ส่วน neopentane อัดแน่นและเกือบทรงกลม
- แรงลอนดอนโดยรวมระหว่าง n-pentane จึงแรงกว่าและต้องใช้พลังงานมากกว่าเพื่อแยกโมเลกุล
คำตอบ: n-pentane มีจุดเดือดสูงกว่าเพราะพื้นที่สัมผัสมากกว่า ทำให้แรงลอนดอนโดยรวมมากกว่า
ตรวจเหตุผล: ห้ามอธิบายด้วยพันธะไฮโดรเจนหรือความต่างมวล; โมเลกุลทั้งคู่ไม่ขั้วและเป็นไอโซเมอร์ C₅H₁₂