พันธะโคเวเลนต์และ Lewis
- สูตรโมเลกุลบอกจำนวนอะตอม แต่ยังไม่บอกว่าอิเล็กตรอนเวเลนซ์จับคู่อย่างไร โครงสร้าง Lewis ช่วยนับคู่อิเล็กตรอนก่อนคิดรูปร่างและขั้ว
- พื้นฐานที่ใช้: อิเล็กตรอนชั้นนอกสุดมีส่วนในการสร้างพันธะ; อะตอมหมู่หลักใช้เลขหมู่ช่วยหาอิเล็กตรอนเวเลนซ์ และไอออนมีอิเล็กตรอนรวมเปลี่ยนตามประจุ
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. คู่ร่วมพันธะยึดอะตอมไว้ด้วยกัน
- พันธะโคเวเลนต์เกิดจากการใช้อิเล็กตรอนร่วมกันระหว่างอะตอมของธาตุอโลหะ โดยแรงดึงดูดระหว่างนิวเคลียสของทั้งสองอะตอมกับคู่อิเล็กตรอนที่ใช้ร่วมกันทำให้อะตอมยึดเหนี่ยวกันเป็นโมเลกุล
- การแบ่งปันอิเล็กตรอนและสภาพขั้ว:
- การใช้อิเล็กตรอนร่วมกันอาจเท่ากัน (พันธะไม่มีขั้ว) หรือไม่เท่ากัน (พันธะมีขั้ว) ขึ้นกับความแตกต่างของค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตี ()
- พันธะมีขั้วทำให้เกิดประจุบางส่วน () บนอะตอม แต่ยังไม่ใช่การถ่ายโอนอิเล็กตรอนสมบูรณ์แบบไอออน

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวม: โครงสร้างลิวอิสของโมเลกุลคาร์บอนไดออกไซด์ () ซึ่งมีจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนรวม 16 ตัว
- ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
- การนับอิเล็กตรอน: () ()
- พันธะคู่ (): 2 พันธะคู่ 8 อิเล็กตรอนร่วมพันธะ
- อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว: 4 คู่ (บน แต่ละตัวมี 2 คู่) รวมครบ 16 อิเล็กตรอน
- ข้อจำกัดของภาพจำลอง: เส้นขีดและจุดเป็นสัญลักษณ์แทนคู่อิเล็กตรอนในระนาบสองมิติ ไม่ได้แสดงรูปร่างโมเลกุลสามมิติหรือการกระจายตัวของกลุ่มหมอกอิเล็กตรอนจริง
2. ขั้นตอนการเขียนโครงสร้างลิวอิสอย่างเป็นระบบ
- ลำดับขั้นตอนการเขียน:
- นับเวเลนซ์อิเล็กตรอนรวม: บวกเวเลนซ์อิเล็กตรอนของทุกอะตอม หากเป็นไอออนลบให้บวกเพิ่มตามประจุลบ หากเป็นไอออนบวกให้ลบออกตามประจุบวก
- จัดวางอะตอมและสร้างโครงร่างพันธะ: เลือกอะตอมที่มีค่า ต่ำที่สุดเป็นอะตอมกลาง (ยกเว้น ซึ่งอยู่ปลายเสมอ) แล้วเชื่อมอะตอมรอบข้างด้วยพันธะเดี่ยว
- เติมอิเล็กตรอนให้อะตอมรอบนอกครบออกเตต: กระจายอิเล็กตรอนเป็นคู่โดดเดี่ยวให้อะตอมรอบนอกก่อน (ยกเว้น ครบ 2 ตัว)
- จัดการอิเล็กตรอนที่เหลือ: หากยังมีอิเล็กตรอนเหลือให้วางบนอะตอมกลาง หากอะตอมกลางยังไม่ครบออกเตต ให้ดึงคู่โดดเดี่ยวจากอะตอมรอบนอกมาสร้างเป็นพันธะคู่หรือพันธะสาม
- สำหรับไอออน ใส่โครงสร้างทั้งหมดในวงเล็บเหลี่ยม พร้อมระบุประจุสุทธิที่มุมขวาบน
3. กฎออกเตตและข้อยกเว้น
- กฎออกเตต (Octet rule): อะตอมมักสร้างพันธะเพื่อให้มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนครบ 8 ตัวเหมือนแก๊สมีตระกูล
- ข้อยกเว้นสำคัญที่พบบ่อย:
- โมเลกุลที่อะตอมกลางไม่ครบออกเตต (Incomplete octet): เช่น ธาตุเบริลเลียม (, มี 4 อิเล็กตรอน) และโบรอน (, มี 6 อิเล็กตรอน)
- โมเลกุลที่มีจำนวนอิเล็กตรอนคี่ (Odd-electron molecules): เช่น และ ซึ่งไม่สามารถจัดให้ทุกตัวจับคู่ได้
- โมเลกุลที่ขยายออกเตต (Expanded octet): ธาตุในคาบ 3 ขึ้นไป (เช่น ) มีระดับพลังงานย่อย ที่ว่างอยู่ จึงสามารถรองรับอิเล็กตรอนได้มากกว่า 8 ตัว เช่น (10 ตัว) และ (12 ตัว)
4. ประจุฟอร์มอลและโครงสร้างเรโซแนนซ์
- การคำนวณประจุฟอร์มอล (Formal Charge, ):
- : จำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนของอะตอมอิสระ
- : จำนวนอิเล็กตรอนที่ไม่ได้สร้างพันธะ (Non-bonding electrons นับทีละตัว)
- : จำนวนอิเล็กตรอนในพันธะที่ใช้อะตอมนั้นร่วมใช้ (Bonding electrons)
- ผลรวมประจุฟอร์มอลของทุกอะตอมต้องเท่ากับประจุสุทธิของโมเลกุลหรือไอออน
- เกณฑ์เลือกโครงสร้างที่เสถียรที่สุด:
- โครงสร้างที่มีประจุฟอร์มอลใกล้ศูนย์ที่สุดในทุกอะตอม
- หากมีประจุลบ ควรอยู่บนอะตอมที่มีค่า สูงกว่า
- โครงสร้างเรโซแนนซ์ (Resonance structures):
- โมเลกุลหรือไอออนที่มีการกระจายตัวของอิเล็กตรอน หรือคู่โดดเดี่ยวได้หลายแบบ โดยตำแหน่งของนิวเคลียสอะตอมคงที่เดิม
- โครงสร้างจริงเป็น เรโซแนนซ์ไฮบริด (Resonance hybrid) ซึ่งมีความเสถียรมากกว่าโครงสร้างสมมติแต่ละอัน (โมเลกุลไม่ได้สลับไปมา)
- ตัวอย่างในกรดไนทริก (): ออกซิเจนปลายสองตัวที่ไม่ได้สร้างพันธะกับ มีการสลับพันธะคู่และพันธะเดี่ยวอย่างสมมูลกัน ส่วนหมู่ ยังคงยึดเหนี่ยวกับ เสมอ
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
วาดโครงสร้างจากสูตรโมเลกุลหรือไอออน
-
สังเกตจากโจทย์: มีสูตร ชนิดอะตอม และอาจมีประจุรวมกำกับ
-
เลือกวิธีคิด: รวมอิเล็กตรอนเวเลนซ์โดยเช็กประจุ แล้ววางโครงกระดูก เติมคู่โดดเดี่ยวและพันธะหลายคู่ ก่อนตรวจจำนวนรวม/ประจุ
เปรียบเทียบพันธะเดี่ยว คู่ และสาม
-
สังเกตจากโจทย์: โจทย์ให้โครงสร้างหรือจำนวนคู่อิเล็กตรอนที่ใช้ร่วม
-
เลือกวิธีคิด: หนึ่งเส้นแทนหนึ่งคู่ร่วมพันธะ; ใช้ Lewis นับคู่อิเล็กตรอนก่อน แล้วแยกพันธะภายในโมเลกุลออกจากแรงระหว่างโมเลกุล
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · เขียน Lewis ของ CO₂
วาดโครงสร้าง Lewis ของ CO₂ และตรวจจำนวนอิเล็กตรอนเวเลนซ์ทั้งหมด
- นับยอดก่อน: C มี 4 และ O สองอะตอมมี 2×6 รวม 16 อิเล็กตรอนเวเลนซ์
- วาง C เป็นอะตอมกลางและเชื่อม O สองด้าน; เติมคู่โดดเดี่ยวรอบ O แล้วตรวจว่า C ยังไม่ครบออกเตต
- ย้ายคู่โดดเดี่ยวจาก O มาเป็นคู่ร่วมพันธะทั้งสองด้าน ได้ O=C=O โดย O แต่ละตัวมีคู่โดดเดี่ยว 2 คู่
คำตอบ: O=C=O; มีอิเล็กตรอนในพันธะ 8 ตัวและคู่โดดเดี่ยว 8 ตัว รวม 16 ตัว
ตรวจเหตุผล: ตรวจอิเล็กตรอน 16 ตัว, C และ O ครบออกเตต; โครงสร้างนี้ยังเป็นภาพแบนที่ไม่แทนรูปร่างสามมิติ
ตัวอย่าง 2 · วาด Lewis ของ HCN
เขียนโครงสร้าง Lewis ของ HCN โดยให้ H เป็นอะตอมปลายและ N เป็นอะตอมปลาย
- รวมเวเลนซ์อิเล็กตรอน: H 1 + C 4 + N 5 = 10 ตัว
- วางโครง H–C–N เพราะ H สร้างพันธะได้หนึ่งตำแหน่งและไม่เป็นอะตอมกลาง; เติมคู่โดดเดี่ยวที่ N
- ถ้าเหลือคาร์บอนยังไม่ครบออกเตต ให้เปลี่ยนคู่โดดเดี่ยวของ N เป็นคู่ร่วมพันธะจนได้พันธะสาม C≡N
คำตอบ: H–C≡N: โดย N มีคู่โดดเดี่ยวหนึ่งคู่
ตรวจเหตุผล: นับพันธะ H–C หนึ่งคู่และ C≡N สามคู่รวม 8 อิเล็กตรอน; บวกคู่โดดเดี่ยวบน N อีก 2 รวม 10