ฟังก์ชันประกอบ
composite function คือการนำผลลัพธ์จากฟังก์ชันหนึ่งไปใส่อีกฟังก์ชัน; ลำดับกำหนดสูตร และต้องตรวจ domain (ค่า x ที่ฟังก์ชันนิยาม) ทั้งสองชั้น
แทนค่าในฟังก์ชันได้ และแก้อสมการเบื้องต้นเพื่อหาค่าที่ทำให้ฟังก์ชันชั้นนอกนิยาม
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. คำนวณจากชั้นในออกชั้นนอก
- นิยามฟังก์ชันประกอบ (Composite Function):
- กระบวนการ: นำค่า เข้าสู่ฟังก์ชันด้านใน ก่อน ได้ผลลัพธ์ แล้วจึงส่งต่อไปเป็นอินพุตของฟังก์ชันด้านนอก เพื่อได้
- สมบัติการสลับที่:
- โดยทั่วไป (สลับลำดับไม่ได้)
- ตัวอย่าง: ถ้า และ
- ซึ่งไม่เท่ากัน

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ลำดับลูกโซ่สองชั้น: แสดงการส่งผ่าน ชี้ชัดเจนว่า ต้องอยู่ในโดเมนของ และผลลัพธ์ ต้องตกลงในโดเมนของ
2. โดเมนของฟังก์ชันประกอบ
- เงื่อนไขบังคับสองชั้น:
- โดเมนของ คือ:
- ขั้นที่ 1: ต้องอยู่ในโดเมนของ เพื่อให้คำนวณ ได้
- ขั้นที่ 2: ค่า ที่ได้ต้องอยู่ในโดเมนของ เพื่อให้คำนวณ ต่อได้
- ข้อควรระวังสำคัญ:
- ห้ามหาโดเมนจากรูปสูตรพีชคณิตสำเร็จรูปโดยไม่ได้ตรวจเงื่อนไขเดิม
- เช่น หาก และ สูตรคือ แต่โดเมนจริงต้องจำกัดเฉพาะ ตามฟังก์ชันด้านใน เท่านั้น
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
โจทย์ให้ชื่อฟังก์ชันสองตัวแล้วถามค่าประกอบ
สังเกตจากโจทย์: สัญลักษณ์ หรือสมการ
เลือกวิธีคิด: คำนวณ g ก่อน จากนั้นแทนผลลง f; ถาม domain ให้ตรวจทั้งสองชั้นด้วย
โจทย์ให้สูตรประกอบและถามค่าที่ห้ามใช้
สังเกตจากโจทย์: มีรากคู่หรือส่วนที่ขึ้นกับผลลัพธ์ชั้นใน
เลือกวิธีคิด: ตั้งเงื่อนไขของชั้นนอกบน แล้วแก้อสมการ/สมการห้าม พร้อมตัดกับ domain ชั้นใน
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · ประกอบรากกับพหุนาม
กำหนด และ . หา พร้อม domain และคำนวณค่าที่ x=3
- แทน g(x) ลงในอินพุตของ f จึงได้
- g นิยามได้ทุก x แต่ค่าที่ส่งเข้า f ต้องไม่ติดลบ:
- แยกตัวประกอบ ได้ หรือ ; ที่ x=3 ได้
คำตอบ: , domain และ
ตรวจเหตุผล: แทน x=3 ผ่านชั้นในได้ 5 และ ; ที่ x=±2 รากเป็นศูนย์จึงรวมปลาย
ตัวอย่าง 2 · domain หลังประกอบเศษส่วน
ให้ และ . หา และ domain
- แทน ใน f ได้
- ชั้นใน x² รับค่าจริงทุก x แต่ชั้นนอกห้ามอินพุตเท่ากับ 1
- แก้ ได้ และ
คำตอบ: , domain
ตรวจเหตุผล: แทน x=±1 จะได้ตัวส่วนศูนย์; ค่าอื่นไม่มีข้อห้ามจากฟังก์ชันทั้งสอง