จำนวนสมาชิก

จำนวนสมาชิก $n(A)$ คือจำนวนวัตถุที่แตกต่างกันในเซต ไม่ใช่จำนวนครั้งที่เขียนชื่อสมาชิก การหาจำนวนยูเนียนต้องลบส่วนที่ถูกนับซ้ำ

พื้นฐานที่ใช้: การดำเนินการยูเนียน/อินเตอร์เซกชันและการแบ่งบริเวณในแผนภาพเวนน์

เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข

1. นับสมาชิกที่แตกต่างกัน

  • หลักการนับจำนวนสมาชิกของเซตจำกัดและการตรวจสอบความครบถ้วน:
  • นิยามจำนวนสมาชิก (n(A)n(A)):
    • นับเฉพาะตัวต่าง: สัญลักษณ์ n(A)n(A) ใช้แทนจำนวนสมาชิกของเซตจำกัด โดยนับเฉพาะสมาชิกที่แตกต่างกันเท่านั้น เช่น A={a,b,b,c}A=\{a,b,b,c\} มีสมาชิกจริง 3 ตัวคือ a,b,ca, b, c จึงได้ n(A)=3n(A)=3 ไม่ใช่ 4
    • เซตว่าง: เซตว่างไม่มีสมาชิกใด ๆ จึงได้ n(∅)=0n(\varnothing)=0
  • การตรวจสอบความสอดคล้องกับเอกภพ:
    • เมื่อแบ่งเอกภพออกเป็นบริเวณย่อย ๆ ที่ไม่ซ้อนทับกัน ผลรวมของทุกบริเวณต้องเท่ากับ n(U)n(U) เสมอ
    • การตรวจผลรวมช่วยให้ตรวจพบข้อผิดพลาดจากการนับซ้ำ หรือการลืมกลุ่มที่ไม่อยู่ในเซตใดเลย

2. สูตรยูเนียนหักส่วนร่วมหนึ่งครั้ง

  • หลักการรวมเข้าและตัดออกสำหรับสองเซต:
  • สูตรยูเนียนสองเซต:
    • สูตร: n(A∪B)=n(A)+n(B)−n(A∩B)n(A\cup B) = n(A) + n(B) - n(A\cap B)
    • เหตุผล: การนำ n(A)+n(B)n(A) + n(B) จะทำให้สมาชิกในส่วนร่วม (A∩BA\cap B) ถูกบวกซ้ำไป 2 ครั้ง จึงต้องหัก n(A∩B)n(A\cap B) ออก 1 ครั้งเพื่อให้ถูกนับเพียงครั้งเดียว
  • สูตรส่วนเติมเต็ม:
    • สำหรับเอกภพจำกัด จำนวนสมาชิกที่ไม่อยู่ใน AA คือ n(Ac)=n(U)−n(A)n(A^c) = n(U) - n(A)
    • ข้อควรระวัง: ต้องอ้างอิงเอกภพสัมพัทธ์ UU ชุดเดียวกับที่โจทย์กำหนดเสมอ
วง A และ B ซ้อนทับกัน โดยป้ายชี้ส่วนร่วม A ∩ B และระบุว่าสมาชิกในส่วนนั้นถูกนับซ้ำเมื่อบวก n(A) กับ n(B); แผงล่างแสดงสูตร n(A ∪ B) = n(A) + n(B) − n(A ∩ B)
แผนภาพวง A และ B ชี้ให้เห็นว่าสมาชิกในส่วนร่วมถูกนับอยู่ทั้ง n(A) และ n(B); สูตรจึงลบ n(A ∩ B) หนึ่งครั้งเพื่อให้แต่ละสมาชิกของยูเนียนถูกนับครั้งเดียว
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
    • ภาพรวม: แผนภาพวงกลม AA และ BB ซ้อนทับกัน โดยชี้ให้เห็นส่วนร่วม A∩BA\cap B ที่ถูกนับซ้ำ
    • สูตรคำนวณ: แผงล่างเน้นสูตร n(A∪B)=n(A)+n(B)−n(A∩B)n(A\cup B) = n(A) + n(B) - n(A\cap B) เพื่อหักส่วนที่นับซ้ำออก

3. สามเซตหักคู่แล้วบวกส่วนกลางคืน

  • หลักการรวมเข้าและตัดออกสำหรับสามเซต (Inclusion-Exclusion Principle):
  • สูตรยูเนียนสามเซต:
    • สูตร: n(A∪B∪C)=n(A)+n(B)+n(C)−[n(A∩B)+n(A∩C)+n(B∩C)]+n(A∩B∩C)n(A\cup B\cup C) = n(A)+n(B)+n(C) - [n(A\cap B)+n(A\cap C)+n(B\cap C)] + n(A\cap B\cap C)
    • เหตุผลของสูตร:
      1. นำขนาดทั้งสามเซตบวกกัน (n(A)+n(B)+n(C)n(A)+n(B)+n(C)) สมาชิกที่ซ้ำถูกนับเกิน
      2. ลบส่วนอินเตอร์เซกชันคู่ทั้งสามคู่ออก เพื่อตัดการนับซ้ำ
      3. ส่วนกลาง (A∩B∩CA\cap B\cap C) ซึ่งถูกบวก 3 ครั้งและถูกลบออกไป 3 ครั้ง จะเหลือ 0 ครั้ง จึงต้องบวกส่วนกลางกลับเข้ามา 1 ครั้ง
  • ข้อควรระวังในการใช้สูตร:
    • ต้องแยกแยะระหว่าง “อินเตอร์เซกชันคู่” (ซึ่งมีส่วนกลางรวมอยู่ด้วย) กับ “คู่เท่านั้น (pair-only)”
    • หากโจทย์ระบุข้อมูลแบบ pair-only ต้องแปลงให้เป็นอินเตอร์เซกชันคู่ก่อนแทนในสูตร

ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?

หาจำนวนคนที่อยู่ในอย่างน้อยหนึ่งกลุ่ม

สังเกตจากโจทย์: รู้จำนวนใน A, B และจำนวนที่อยู่ทั้งสอง

เลือกวิธีคิด: ใช้สูตรยูเนียนสองเซตหรือบวกจำนวนในแต่ละบริเวณที่ไม่ซ้ำ

หากลุ่มที่ไม่มีคุณสมบัติ

สังเกตจากโจทย์: โจทย์ให้ขนาดเอกภพและถาม “ไม่อยู่ใน A” หรือ “ไม่มีทั้งสอง”

เลือกวิธีคิด: หาจำนวนที่อยู่ในยูเนียนก่อน แล้วนำไปลบจาก n(U)n(U)

นับสามเงื่อนไข

สังเกตจากโจทย์: ข้อมูลมีสามเซตและมี pairwise/triple intersections

เลือกวิธีคิด: แยกค่าที่เป็น pair-only กับ intersection ที่รวมส่วนกลางก่อนแทนสูตร

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด

ตัวอย่าง 1 · สำรวจสองกลุ่มและหาผู้ไม่อยู่ทั้งคู่

นักเรียน 34 คน ชอบอ่านนิยาย A 20 คน ชอบอ่านการ์ตูน B 17 คน และชอบทั้งสองแบบ 8 คน มีกี่คนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งแบบ และกี่คนที่ไม่ชอบทั้งสองแบบ?

  1. การบวก 20+17 นับคนที่ชอบทั้งสองซ้ำ จึงลบ 8 ออกหนึ่งครั้ง
  2. ได้ n(A∪B)=20+17−8=29n(A\cup B)=20+17-8=29 คน
  3. ผู้ไม่อยู่ใน A หรือ B คือส่วนเติมเต็มของยูเนียนในเอกภพ 34 คน

คำตอบ: ชอบอย่างน้อยหนึ่งแบบ 29 คน และไม่ชอบทั้งสองแบบ 5 คน

ตรวจเหตุผล: แบ่งเป็น A เท่านั้น 20−8=1220-8=12, ทั้งสอง 8, B เท่านั้น 17−8=917-8=9, นอกวง 5; รวม 12+8+9+5=3412+8+9+5=34

ตัวอย่าง 2 · ใช้หลักบวกลบกับสามเซต

มีผู้เข้าร่วม 50 คน เข้ากลุ่ม A 26 คน, B 25 คน, C 22 คน; n(A∩B)=12n(A\cap B)=12, n(A∩C)=10n(A\cap C)=10, n(B∩C)=9n(B\cap C)=9 และ n(A∩B∩C)=5n(A\cap B\cap C)=5. มีกี่คนที่อยู่ในอย่างน้อยหนึ่งกลุ่ม?

  1. ข้อมูลอินเตอร์เซกชันคู่รวมส่วนกลางตามนิยาม จึงแทนสูตรสามเซตได้ตรง ๆ
  2. บวกขนาดทั้งสามได้ 26+25+22=7326+25+22=73 แล้วลบคู่ 12+10+9=3112+10+9=31 เพื่อตัดการนับซ้ำ
  3. ส่วนกลาง 5 ถูกลบเกินไป จึงบวกกลับ: 73−31+5=4773-31+5=47

คำตอบ: อยู่ในอย่างน้อยหนึ่งกลุ่ม 47 คน

ตรวจเหตุผล: ตรวจด้วยการหาส่วนบริเวณ: A-only 9, B-only 9, C-only 8, AB-only 7, AC-only 5, BC-only 4, ทั้งสาม 5 รวม 47; นอกกลุ่ม 3 คน