แรงไม่อนุรักษ์

พื้นหยาบหรือแรงต้านทำให้พลังงานกลเปลี่ยน แต่ไม่ได้ทำให้วิธีพลังงานใช้ไม่ได้ เราต้องเปิดบัญชีว่าใครเติมพลังงาน และใครถ่ายพลังงานกลไปเป็นความร้อน

พื้นฐานที่ใช้: พลังงานกลและงานมีเครื่องหมาย ตัวอย่างเสียดทานในบทนี้เป็นการไถลบนพื้นผิวนิ่ง

เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข

1. งานขึ้นกับเส้นทาง ไม่ใช่แค่จุดปลาย

  • ธรรมชาติของแรงไม่อนุรักษ์ (Non-conservative Forces):
  • สมบัติการขึ้นกับเส้นทาง (Path Dependence):
    • งานที่ทำโดยแรงไม่อนุรักษ์ (เช่น แรงเสียดทานจลน์, แรงต้านอากาศ) มีค่าขึ้นกับระยะทางและความยาวของเส้นทางที่เคลื่อนที่จริง ไม่ได้ขึ้นกับตำแหน่งเริ่มต้นและสุดท้ายเพียงอย่างเดียว
    • ยิ่งเคลื่อนที่อ้อมไกลขึ้น จะยิ่งเกิดงานต้านที่สูญเสียพลังงานกลออกจากระบบมากขึ้น
  • การเคลื่อนที่ครบรอบ:
    • หากเคลื่อนที่วนกลับมาที่จุดเดิม งานของแรงอนุรักษ์จะเป็นศูนย์ แต่ งานของแรงเสียดทานไม่เป็นศูนย์ (จะเป็นลบสะสมตลอดทาง) จึงไม่สามารถกำหนดพลังงานศักย์ให้กับแรงเสียดทานได้
  • ข้อควรระวังเรื่องเครื่องหมาย:
    • สูตร Wf=−fsW_f = -fs ใช้ได้กับการไถลบนพื้นผิวที่อยู่นิ่งซึ่งแรงเสียดทานมีทิศสวนทางการเคลื่อนที่ แต่หากพื้นผิวมีการเคลื่อนที่ (เช่น สายพานเลื่อน) หรือเป็นแรงเสียดทานสถิต ต้องวิเคราะห์การกระจัดของจุดออกแรงตามกรอบอ้างอิงให้ชัดเจน
วัตถุไถลลงทางลาด โดย f ชี้ขึ้นลาดสวน s ที่ชี้ลงลาด; h วัดแนวดิ่งระหว่างจุดต้นกับปลาย และระบุงานเสียดทาน W_f=−fs.
แรงเสียดทาน f ชี้สวนระยะไถล s จึงให้งาน W_f=−fs; h แสดงความสูงที่ลดลงในแนวดิ่ง.
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
    • ภาพรวมและสาระสำคัญ: วัตถุไถลลงตามแนวทางลาดจากซ้ายบนลงมาขวาล่าง แรงเสียดทานจลน์ ff มีทิศชี้ขึ้นตามแนวลาด สวนทางกับการกระจัด ss ที่ชี้ลงตามแนวลาด
    • ส่วนประกอบและสัญลักษณ์: แรงเสียดทาน ff, ระยะการกระจัดตามแนวลาด ss, ความสูงแนวดิ่ง hh, งานเสียดทาน Wf=−fsW_f = -fs
    • ข้อจำกัดและการนำไปใช้: งานของแรงเสียดทานต้องใช้ระยะทางตามแนวระนาบไถลจริง ss ห้ามนำความสูงแนวดิ่ง hh มาคูณกับแรงเสียดทาน

2. เปิดบัญชีงานส่วนอื่น

  • การขยายสมการพลังงานเพื่อรวมงานของแรงไม่อนุรักษ์:
  • สมการงาน-พลังงานกลรวม: Wother=ΔE=Ef−Ei=(Kf+Uf)−(Ki+Ui)W_{\text{other}} = \Delta E = E_f - E_i = (K_f + U_f) - (K_i + U_i) หรือเขียนในรูปบัญชีพลังงาน: Ei+Wother=EfE_i + W_{\text{other}} = E_f
  • ความหมายของ WotherW_{\text{other}} (หรือ WncW_{\text{nc}}):
    • คืองานของแรงทั้งหมดที่ ไม่ได้ถูกแทนด้วยพลังงานศักย์
    • งานเป็นบวก: เพิ่มพลังงานกลให้แก่ระบบ เช่น งานจากแรงดึงของคน แรงผลักจากเครื่องยนต์
    • งานเป็นลบ: ลดทอนพลังงานกลของระบบ เช่น งานจากแรงเสียดทานจลน์ (−fks-f_k s) แรงต้านอากาศ
    • ข้อห้าม: ห้ามใส่งานของน้ำหนัก WgW_g ซ้ำอีก หากได้นับพลังงานศักย์โน้มถ่วง UgU_g ในระบบแล้ว

3. หาแรงเสียดทานก่อน ไม่ใช้ μmg\mu mg ทุกครั้ง

  • การคำนวณขนาดของแรงเสียดทานจลน์อย่างถูกต้อง:
  • สูตรพื้นฐาน: fk=μkNf_k = \mu_k N และมีงานบนพื้นนิ่งคือ Wf=−fksW_f = -f_k s
  • การหาขนาดแรงแนวฉาก (NN) ตามสถานการณ์จริง:
    • บนพื้นราบไม่มีแรงดึงในแนวดิ่ง: N=mg  ⟹  fk=μkmgN = mg \implies f_k = \mu_k mg
    • บนพื้นราบมีแรงดึงทำมุมเอียงขึ้น θ\theta: N=mg−Fsin⁡θ  ⟹  fk=μk(mg−Fsin⁡θ)N = mg - F\sin\theta \implies f_k = \mu_k (mg - F\sin\theta)
    • บนพื้นเอียงทำมุม θ\theta กับแนวระดับ: N=mgcos⁡θ  ⟹  fk=μkmgcos⁡θN = mg\cos\theta \implies f_k = \mu_k mg\cos\theta
  • ข้อควรระวัง:
    • ต้องตรวจสอบก่อนว่าวัตถุมีการไถลจริงหรือไม่ หากยังไม่ไถลต้องใช้แบบจำลองแรงเสียดทานสถิต
    • หากแรงเสียดทานเปลี่ยนแปลงตามตำแหน่ง ต้องคำนวณงานจากพื้นที่ใต้กราฟ f−xf-x

4. พลังงานกลลดไปอยู่ที่ไหน

  • การเปลี่ยนรูปพลังงานและการหาระยะหยุด:
  • การเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานภายใน:
    • พลังงานกลที่ลดทอนลงไปเนื่องจากแรงเสียดทานจลน์ ไม่ได้สูญหายไปไหน แต่เปลี่ยนรูปไปเป็น พลังงานความร้อนและพลังงานภายใน ของวัตถุและพื้นผิวสัมผัส โดยมีขนาดเท่ากับ fksf_k s
  • การคำนวณระยะเบรกจนกระทั่งหยุดนิ่งบนพื้นราบ:
    • เมื่อวัตถุมวล mm อัตราเร็วต้น viv_i ไถลไปจนหยุดนิ่งบนพื้นราบที่มีสัมประสิทธิ์ μk\mu_k: 12mvi2=fks=(μkmg)s  ⟹  s=vi22μkg\frac{1}{2}mv_i^2 = f_k s = (\mu_k mg) s \implies s = \frac{v_i^2}{2\mu_k g}
    • เงื่อนไขการตัดมวล: มวล mm จะตัดกันได้เฉพาะกรณีที่แรงต้านแปรผันตรงตามมวลเท่านั้น หากโจทย์กำหนดแรงเบรกเป็นค่าคงตัวขนาดคงที่ มวลจะไม่ตัดกัน

ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?

ลงพื้นเอียงหยาบแล้วถามอัตราเร็ว

สังเกตจากโจทย์: ให้มุม ระยะ และสัมประสิทธิ์เสียดทาน

เลือกวิธีคิด: ความสูงใช้กับโน้มถ่วง ระยะไถลใช้กับงานเสียดทาน

หาระยะหยุดหรือพลังงานที่สลาย

สังเกตจากโจทย์: ไถลแล้วหยุดบนพื้นหยาบ

เลือกวิธีคิด: พลังงานจลน์ต้นถ่ายเป็นพลังงานภายในตามเงื่อนไขโจทย์

คนหรือมอเตอร์ช่วยดึงพร้อมแรงต้าน

สังเกตจากโจทย์: มีแรงเติมพลังงานและแรงถ่ายออก

เลือกวิธีคิด: รวมงานบวกและลบ ไม่ตั้งพลังงานกลต้นเท่ากับปลาย

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด

ตัวอย่าง 1 · พื้นเอียงหยาบ: ความสูงกับความยาวคนละที่

วัตถุ 2 kg ไถลจากนิ่งลงพื้นเอียงนิ่งยาว 5 m โดย sin⁡θ=0.6\sin\theta=0.6, cos⁡θ=0.8\cos\theta=0.8, μk=0.25\mu_k=0.25 ไม่มีแรงอื่น กำหนด g=10g=10 m/s² หาอัตราเร็วปลาย

  1. โจทย์ระบุว่าไถล ใช้เสียดทานจลน์ ความสูงลด h=5(0.6)=3h=5(0.6)=3 m แต่ระยะเสียดทานทำงานคือ 5 m
  2. N=2(10)(0.8)=16N=2(10)(0.8)=16 N จึง fk=0.25(16)=4f_k=0.25(16)=4 N และ Wf=−4(5)=−20W_f=-4(5)=-20 J
  3. เลือกปลายเป็นศูนย์โน้มถ่วง Ei=mgh=60E_i=mgh=60 J จึง Ef=60−20=40E_f=60-20=40 J

12(2)vf2=40vf=40≈6.32 m/s\begin{aligned}\frac12(2)v_f^2&=40\\v_f&=\sqrt{40}\\&\approx6.32\,\mathrm{m/s}\end{aligned}

คำตอบ: อัตราเร็วปลายประมาณ 6.32 m/s

ตรวจเหตุผล: ไม่เสียดทานจะได้ 60\sqrt{60} m/s ซึ่งเร็วกว่าแบบหยาบ พลังงานกลลด 20 J ตามงานเสียดทาน

ตัวอย่าง 2 · ระยะหยุด: ทำไมไม่ต้องรู้มวล

วัตถุไถลบนพื้นแนวนอนนิ่งด้วยอัตราเร็วต้น 6 m/s มี μk=0.20\mu_k=0.20 ไม่มีแรงอื่นทำงาน และ g=10g=10 m/s² หาระยะจนหยุด

  1. ไม่มีความสูงเปลี่ยน ปลายหยุดนิ่ง ใช้ −μkmgs=0−12mvi2-\mu_kmgs=0-\tfrac12mv_i^2
  2. มวลอยู่ทั้งสองข้าง ตัดออกได้ s=vi2/(2μkg)s=v_i^2/(2\mu_kg)
  3. s=622(0.20)(10)=9 ms=\frac{6^2}{2(0.20)(10)}=9\,\mathrm m

งานเสียดทานลบสอดคล้องกับพลังงานจลน์ลด แต่ระยะที่ได้เป็นบวก

คำตอบ: ระยะหยุด 9 m

ตรวจเหตุผล: ความเร่งมีขนาด μkg=2\mu_kg=2 m/s² ใช้ 0=62−2(2)s0=6^2-2(2)s ได้ 9 m เช่นกัน