กฎนิวตัน
แรงลัพธ์เป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนความเร็ว ไม่ใช่แรงใดแรงหนึ่งแยกเดี่ยว ถ้าแรงลัพธ์เป็นศูนย์ วัตถุอาจหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัวก็ได้; เมื่อมีแรงลัพธ์ ความเร่งจะชี้ไปตามแรงลัพธ์และมีขนาดแปรตามแรงแต่แปรผกผันกับมวล
พื้นฐานที่ใช้: บวก/แยกเวกเตอร์บนแกนที่ตั้งฉากกัน อ่านทิศตะวันออก/ขวาเป็นบวกได้ และเข้าใจว่าความเร่งคืออัตราการเปลี่ยนความเร็ว ไม่ใช่ความเร็ว
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. กฎข้อที่หนึ่ง: แรงลัพธ์ศูนย์หมายถึงความเร็วคงตัว
- พฤติกรรมของวัตถุเมื่อไม่มีแรงลัพธ์ภายนอกมากระทำ (ในกรอบอ้างอิงเฉื่อย):
- สภาพการเคลื่อนที่เมื่อ :
- ความเร็วคงตัว: ความเร็วของวัตถุจะไม่เปลี่ยนแปลง หากวัตถุอยู่นิ่งจะอยู่นิ่งต่อไป หากกำลังเคลื่อนที่จะเคลื่อนที่ต่อไปเป็นเส้นตรงด้วยความเร็วคงที่
- ความหมายของคำว่า "สมดุล": สภาพสมดุลหมายถึงความเร่งเป็นศูนย์ () ไม่ได้บังคับว่าความเร็วต้องเป็นศูนย์ ()
- ข้อสังเกตสำคัญ: การที่วัตถุยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ไม่ได้แปลว่าต้องมีแรงลัพธ์ผลักไปข้างหน้าตลอดเวลา
2. กฎข้อที่สอง: รวมแรงทุกแรงก่อนหา ความเร่ง
- ความสัมพันธ์เชิงปริมาณระหว่างแรงลัพธ์ มวล และความเร่ง:
- สมการเวกเตอร์และการแยกแกน:
- สมการหลัก: โดยมวล มีหน่วย , ความเร่ง มีหน่วย , และแรงลัพธ์มีหน่วยนิวตัน ()
- การคิดแยกแกน: ในระบบพิกัดฉากจะแยกคิดอิสระต่อกันเป็น และ
- ขั้นตอนการแก้ปัญหา:
- รวมแรงลัพธ์ก่อน: ต้องรวมแรงจริงทั้งหมดที่กระทำบนวัตถุ (ทั้งขนาดและทิศทาง) เป็นแรงลัพธ์ก่อน แล้วจึงนำไปคำนวณหาความเร่ง
- ข้อห้าม: ห้ามนำแรงเพียงแรงเดียวไปเทียบเท่า โดยยังไม่ได้หักล้างกับแรงเสียดทานหรือแรงอื่นในแกนเดียวกัน
3. กฎข้อที่สาม: แรงกิริยา–ปฏิกิริยาอยู่คนละวัตถุ
- ลักษณะเฉพาะของแรงคู่กิริยา-ปฏิกิริยา (Action-Reaction pair):
- สมบัติของแรงคู่กิริยา-ปฏิกิริยา:
- ความสัมพันธ์เชิงเวกเตอร์: เมื่อวัตถุ A ออกแรงกระทำต่อวัตถุ B วัตถุ B จะออกแรงกระทำต่อวัตถุ A ทันทีด้วยขนาดเท่ากันแต่ทิศทางตรงกันข้ามเสมอ:
- ชนิดของแรงและตำแหน่งที่เกิด: เป็นแรงประเภทเดียวกัน เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ และกระทำต่อ วัตถุคนละชิ้น
- การไม่หักล้างกัน: เนื่องจากแรงคู่นี้กระทำบนวัตถุคนละชิ้น จึงไม่มีทางหักล้างกันในแผนภาพวัตถุอิสระ (FBD) ของวัตถุชิ้นเดียว
- ผลต่อความเร่ง:
- หากมวลของวัตถุทั้งสองก้อนไม่เท่ากัน แม้ขนาดแรงคู่กิริยาจะเท่ากัน แต่ความเร่งที่เกิดขึ้นกับแต่ละก้อนจะไม่เท่ากันตามความสัมพันธ์

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวมและสาระสำคัญ: นักสเกต A อยู่ทางซ้าย และ B อยู่ทางขวา เมื่อผลักมือชนกัน แรงจาก B กระทำบน A ชี้ไปทางซ้าย และแรงจาก A กระทำบน B ชี้ไปทางขวา
- ส่วนประกอบและสัญลักษณ์: คน A, คน B, แรงกระทำบน A: , แรงกระทำบน B: , ขนาดแรงเท่ากันแต่กระทำคนละคน
- ข้อจำกัดและการนำไปใช้: แรงคู่นี้เกิดขึ้นพร้อมกันและมีขนาดเท่ากันเสมอ แต่ถ้ามวลของทั้งสองคนต่างกัน ความเร่งที่แต่ละคนได้รับอาจไม่เท่ากันตามกฎข้อที่สอง
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
โจทย์ให้แรงหลายแรงกระทำต่อชิ้นเดียว
สังเกตจากโจทย์: มีแรงดึง/ผลัก แรงเสียดทาน หรือน้ำหนักพร้อมมวลและถามความเร่งหรือสภาพการเคลื่อนที่
เลือกวิธีคิด: กำหนดแกน วาดแรงที่กระทำบนวัตถุชิ้นนั้น รวมแรงแบบมีเครื่องหมาย แล้วใช้ ; อย่าใช้แรงใดแรงหนึ่งแทนแรงลัพธ์
โจทย์ให้แรงระหว่างวัตถุสองชิ้น
สังเกตจากโจทย์: คนผลักกำแพง รถชนกัน หรือวัตถุ A ดึง/ผลัก B และถามว่าแรงคู่เท่ากันไหม
เลือกวิธีคิด: ระบุวัตถุที่แรงแต่ละแรงกระทำก่อนจับคู่ด้วยกฎข้อสาม; เทียบขนาดแรงได้ แต่การหา a ต้องหารด้วยมวลของวัตถุเป้าหมายแต่ละชิ้น
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · รถเข็นถูกดึงและมีแรงต้าน
รถเข็นมวล อยู่บนพื้นราบ มีแรงดึงไปทางตะวันออก และแรงเสียดทาน ไปทางตะวันตก จงหาความเร่ง. สมมติแรงแนวดิ่งสมดุล
- กำหนดแกนตะวันออกเป็นบวก และเลือกเฉพาะรถเข็นเป็นวัตถุที่ศึกษา
- ; เครื่องหมายบวกแปลว่าแรงลัพธ์ชี้ตะวันออก
คำตอบ: ความเร่ง ไปทางตะวันออก
ตรวจเหตุผล: หน่วย ; ถ้าเอาแรงสองแรงมาบวกขนาดจะได้ทิศและขนาดผิด
ตัวอย่าง 2 · แรงคู่เท่ากัน แต่ความเร่งไม่เท่ากัน
นักสเกต A มวล และ B มวล ผลักกันบนพื้นน้ำแข็งที่แรงเสียดทานละเลยได้. ระหว่างผลัก B ออกแรง ไปทางซ้ายบน A. หาแรงที่ A กระทำต่อ B และความเร่งของแต่ละคน
- แรงจาก A บน B เป็นคู่ปฏิสัมพันธ์กับแรงจาก B บน A จึงมีขนาดเท่ากันและทิศตรงข้าม
- A ถูกแรง ไปซ้าย จึงมี ไปซ้าย
- B ถูกแรง ไปขวา จึงมี ไปขวา
คำตอบ: A ออกแรง ไปทางขวาบน B; ซ้าย และ ขวา
ตรวจเหตุผล: แรงปฏิสัมพันธ์มีขนาดเท่ากัน แต่ความเร่งต่างกันเพราะมวลไม่เท่ากัน; แรงสองแรงไม่ได้กระทำบนวัตถุเดียวกัน