ระดับพลังงานและออร์บิทัล
ระดับพลังงานหลักแบ่งเป็นระดับย่อย และแต่ละระดับย่อยมีออร์บิทัลจำนวนต่างกัน ออร์บิทัลเป็นแบบจำลองความน่าจะเป็นในการพบอิเล็กตรอน ไม่ใช่วงโคจรที่วาดเป็นเส้นทางแน่นอน
พื้นฐานที่ใช้: อิเล็กตรอนมีประจุลบ อยู่รอบนิวเคลียส และผลสเปกตรัมแสดงว่าการเปลี่ยนพลังงานในอะตอมเกิดเป็นบางค่าที่อนุญาต
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. สเปกตรัมแบบเส้นชี้ระดับพลังงานไม่ต่อเนื่อง
- การสังเกตแสงที่เปล่งออกจากอะตอมที่ถูกกระตุ้นแสดงเส้นสเปกตรัมที่มีความยาวคลื่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่าระดับพลังงานของอิเล็กตรอนในอะตอมมีค่าไม่ต่อเนื่อง (Quantized)
- กลไกการเปลี่ยนระดับพลังงาน:
- การดูดกลืนพลังงาน: อิเล็กตรอนรับพลังงานเท่ากับผลต่างระดับพลังงาน เพื่อเปลี่ยนจากระดับต่ำไปสู่ระดับสูง (สถานะกระตุ้น)
- การคายพลังงาน: อิเล็กตรอนตกลงมาจากระดับสูงสู่ระดับต่ำและคายโฟตอนออกมา
- เส้นสเปกตรัมที่ตามองเห็นในอะตอมไฮโดรเจน (อนุกรมบัลเมอร์) เกิดจากการเปลี่ยนสถานะจากระดับพลังงานสูง () ลงมาสู่ระดับ
- ความต่างระหว่างระดับพลังงาน:
- ช่องว่างระหว่างระดับพลังงานหลัก () มีค่ามากที่สุดระหว่าง กับ และช่องว่างจะแคบลงเรื่อย ๆ เมื่อค่า สูงขึ้น

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวม: แผนภาพระดับพลังงานของอะตอมไฮโดรเจนและการเกิดเส้นสเปกตรัมช่วงแสงขาวเมื่ออิเล็กตรอนตกลงสู่ชั้น
- ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
- ลูกศรการคายพลังงาน: การตกลงสู่ ให้เส้นสเปกตรัมที่ตามองเห็น (อนุกรมบัลเมอร์)
- ระยะห่างชั้นพลังงาน: ช่องว่างระหว่างระดับพลังงานลดลงเมื่อชั้น สูงขึ้น
- ความยาวคลื่นและพลังงาน: ความยาวคลื่นสั้น ( น้อย) สัมพันธ์กับพลังงานโฟตอนสูง ( มาก)
- ข้อจำกัดของภาพจำลอง: แสดงระดับพลังงานสัมพัทธ์ของอะตอมไฮโดรเจน ไม่ได้แสดงภาพวงโคจรเชิงกายภาพในอวกาศจริง
2. ออร์บิทัลบอกบริเวณที่มีโอกาสพบอิเล็กตรอน
- กลศาสตร์ควอนตัมอธิบายอิเล็กตรอนด้วยฟังก์ชันคลื่น ออร์บิทัลจึงไม่ใช่เส้นทางโคจรคงที่ แต่เป็นบริเวณที่มีความน่าจะเป็นสูงที่จะพบอิเล็กตรอน
- รูปทรงและเฟสของออร์บิทัล:
- s-orbital: ทรงกลมสมมาตร
- p-orbital: รูปดัมเบลล์ 2 กลีบ วางตัวตามแนวแกน ()
- เฟสของฟังก์ชันคลื่น: การระบายสีที่แตกต่างกันสองด้านของพูออร์บิทัลแทนเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ของฟังก์ชันคลื่น (Wave function phase) ไม่ใช่ประจุบวกหรือลบทางไฟฟ้า
- ภาพขอบเขตออร์บิทัลเป็นแบบจำลองเชิงสถิติ ไม่ได้มีผิวเปลือกแข็งจริง
3. ความจุของเปลือกไม่ใช่ลำดับเติมอิเล็กตรอน
- ในระดับพลังงานหลัก แต่ละชั้นประกอบด้วยออร์บิทัลและระดับพลังงานย่อย
- ความจุสูงสุดเชิงหลักการ:
- จำนวนออร์บิทัลทั้งหมดในชั้นหลัก เท่ากับ
- จำนวนอิเล็กตรอนสูงสุดในชั้นหลัก เท่ากับ (เช่น ชั้น มี 9 ออร์บิทัล รองรับได้สูงสุด 18 อิเล็กตรอน)
- การซ้อนทับของพลังงานในอะตอมหลายอิเล็กตรอน:
- ระดับพลังงานย่อยจากคนละชั้นซ้อนทับกันได้ ลำดับพลังงานจึงไม่ใช่การเติมชั้น ให้เต็มทีละชั้น
- ในอะตอมที่เป็นกลางช่วงต้นของ d-block ระดับพลังงานย่อย 4s มักมีพลังงานต่ำกว่าและได้รับการเติมอิเล็กตรอนก่อน 3d
4. พลังงานโฟตอนสัมพันธ์กับความถี่และความยาวคลื่น
- สมการพลังงานโฟตอน:
- : ค่าคงที่ของพลังค์
- : ความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ( หรือ )
- : อัตราเร็วของแสงในสุญญากาศ
- : ความยาวคลื่น ()
- ข้อพึงระวังในการคำนวณ:
- แปลงความยาวคลื่น ให้เป็นหน่วยเมตร () ก่อนคำนวณ เพื่อให้ได้พลังงาน ในหน่วยจูลต่อโฟตอน ()
- พลังงาน แปรผกผันกับความยาวคลื่น (แสงความยาวคลื่นยิ่งยาว มีพลังงานต่อโฟตอนยิ่งต่ำ)
- หากโจทย์ถามหาพลังงานต่ำสุดในช่วงคลื่นที่ทำให้เกิดกระบวนการ ให้คำนวณจากความยาวคลื่นที่ยาวที่สุดของช่วงนั้น
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
นับจำนวนออร์บิทัลหรืออิเล็กตรอนสูงสุด
สังเกตจากโจทย์: โจทย์ให้ชนิดระดับย่อย s, p, d หรือ f หรือเลข n
เลือกวิธีคิด: ใช้จำนวนออร์บิทัล 1, 3, 5, 7 ตามชนิดย่อย แล้วคูณ 2; หากถามทั้งชั้นใช้ n² และ 2n² พร้อมแยกจากลำดับเติม
ตีความภาพรูปร่างออร์บิทัล
สังเกตจากโจทย์: มีภาพกลีบหรือเมฆความน่าจะเป็น
เลือกวิธีคิด: อ่านเป็นรูปการกระจายความน่าจะเป็นและเฟสของฟังก์ชันคลื่น อย่าตีความเป็นเส้นทางหรือผิวแข็งของอิเล็กตรอน
อธิบายเส้นสเปกตรัม
สังเกตจากโจทย์: อะตอมดูดกลืนหรือปล่อยแสงบางพลังงาน
เลือกวิธีคิด: เชื่อมกับการเปลี่ยนระหว่างสถานะพลังงานที่อนุญาต; พลังงานแสงเท่ากับผลต่างพลังงานของสองสถานะ
โจทย์ให้ช่วงความยาวคลื่นและถามพลังงานแสง
- แทนความยาวคลื่นเป็น m ใน ; ถ้าถามค่าต่ำสุดในช่วง ให้เลือกความยาวคลื่นมากสุด
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · ออร์บิทัลในระดับหลักที่สาม
ระดับหลัก n = 3 มีระดับย่อย 3s, 3p และ 3d จงหาจำนวนออร์บิทัลรวมและความจุสูงสุด
- ระดับย่อย s มี 1 ออร์บิทัล, p มี 3 และ d มี 5 จึงรวม 1 + 3 + 5 = 9 ออร์บิทัล
- ออร์บิทัลหนึ่งรองรับได้สูงสุด 2 อิเล็กตรอน จึงมีความจุรวมสูงสุด 9 × 2 = 18 อิเล็กตรอน
- ค่านี้บอกความจุของชั้น n = 3 แต่ไม่ได้บอกว่าระดับย่อย 3d ต้องถูกเติมก่อน 4s
คำตอบ: 9 ออร์บิทัล และรองรับได้สูงสุด 18 อิเล็กตรอน
ตรวจเหตุผล: ใช้ 1+3+5 นับออร์บิทัล แล้วคูณสอง; แยกความจุออกจากลำดับพลังงาน
ตัวอย่าง 2 · ความจุของระดับย่อย 2p
ระดับย่อย 2p มีออร์บิทัลกี่ช่อง และบรรจุอิเล็กตรอนได้มากที่สุดกี่ตัว?
- สำหรับ p มี l = 1 จึงมีจำนวนออร์บิทัล 2l + 1 = 3 ช่อง
- แต่ละช่องรองรับได้ไม่เกิน 2 อิเล็กตรอนที่มีสปินตรงข้าม
- ดังนั้น 2p จุได้สูงสุด 3 × 2 = 6 อิเล็กตรอน; เลข 2 ระบุชั้นหลัก ไม่ได้ทำให้เป็น 2 ช่อง
คำตอบ: 3 ออร์บิทัล; สูงสุด 6 อิเล็กตรอน
ตรวจเหตุผล: ความจุของ p เท่ากับ 6 ไม่ใช่จำนวนออร์บิทัล 6