การเตรียมและเจือจาง
เตรียมสารละลายให้ได้ความเข้มข้นจากตัวถูกละลายที่ชั่ง หรือแบ่งสารละลายตั้งต้นแล้วเติมตัวทำละลาย จุดสำคัญคือปริมาตรสุดท้ายและจำนวนตัวถูกละลายที่อยู่ในภาชนะ
ใช้โมลาริตี และแปลง mL เป็น L ได้; รู้วิธีหาจำนวนโมลจากมวลและมวลโมลาร์
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. การเตรียมสารละลายจากของแข็งบริสุทธิ์
- การเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นแน่นอนจากสารบริสุทธิ์ในสถานะของแข็ง:
- ขั้นตอนปฏิบัติเชิงปริมาณ:
- คำนวณมวลของสารที่ต้องใช้จากสูตร
- ชั่งสารด้วยเครื่องชั่งเชิงวิเคราะห์ (Analytical balance) ให้ได้มวลตามที่คำนวณ
- ละลายของแข็งในบีกเกอร์ด้วยตัวทำละลายปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่าปริมาตรสุดท้าย) คนจนละลายหมด
- ถ่ายโอนสารละลายทั้งหมดลงใน ขวดวัดปริมาตร (Volumetric flask) ขนาดที่ต้องการ พร้อมใช้น้ำกลั่นฉีดล้างบีกเกอร์และแท่งแก้วคนสารหลาย ๆ ครั้งลงในขวดวัดปริมาตรเพื่อไม่ให้สารสูญหาย
- เติมน้ำกลั่นจนระดับของเหลวใกล้ถึงขีดบอกปริมาตร แล้วใช้หลอดหยดค่อย ๆ หยดน้ำกลั่นจน ท้องผิวโค้งของของเหลว (Meniscus) สัมผัสพอดีกับขีดบอกปริมาตร ปิดจุกและคว่ำขวดผสมให้เข้ากัน

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวม: ลำดับขั้นตอนการเจือจางสารละลายโดยที่จำนวนโมลของตัวถูกละลายคงเดิม
- ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
- สารละลายตั้งต้น (Stock solution): มีความเข้มข้น ตวงปริมาตร ด้วยปิเปตวัดปริมาตร (Volumetric pipet)
- ขวดวัดปริมาตร (Volumetric flask): บรรจุสารละลายที่ถ่ายโอนมา แล้วเติมตัวทำละลายจนถึงขีดปริมาตรสุดท้าย
- หลักการคงที่ของโมล:
- ข้อจำกัดของภาพจำลอง: แสดงหลักการเชิงขั้นตอน ปริมาตรสุดท้าย ต้องปรับในขวดวัดปริมาตรเท่านั้น ไม่ใช่การตวงตัวทำละลายมาบวกกันโดยตรง
2. การเจือจางสารละลาย: จำนวนโมลตัวถูกละลายคงเดิม
- การเจือจาง (Dilution) คือการเติมตัวทำละลายเพิ่มลงในสารละลายเดิม ทำให้ความเข้มข้นลดลงโดยที่ ปริมาณตัวถูกละลายในระบบคงที่เดิม:
- สมการการเจือจาง:
- : ความเข้มข้นของสารละลายเริ่มต้นและสุดท้าย (ต้องใช้หน่วยเดียวกัน เช่น หรือ )
- : ปริมาตรของสารละลายเริ่มต้นและสารละลายสุดท้ายทั้งหมด (ต้องใช้หน่วยปริมาตรเดียวกัน เช่น หรือ )
- ข้อพึงระวังในการแปลความหมาย:
- คือ ปริมาตรรวมสุดท้ายของสารละลาย ไม่ใช่ปริมาตรของน้ำที่เติมเข้าไป
- ปริมาตรของน้ำที่ต้องเติมลงไปโดยประมาณ (ภายใต้สมมติฐานว่าปริมาตรบวกกันได้)
3. ข้อจำกัดและข้อควรระวังในห้องปฏิบัติการ
- การปรับปริมาตรในขวดวัดปริมาตร:
- ห้ามตวงตัวทำละลายเท่ากับ แล้วเทผสมลงไปโดยตรง เพราะการผสมของเหลวกับของแข็งหรือของเหลวต่างชนิดกันอาจเกิดการหดตัวหรือขยายตัวของปริมาตร (Volume contraction/expansion) ต้องปรับให้ถึงขีดปริมาตรสุดท้ายในขวดวัดปริมาตรเสมอ
- กรณีที่สมการ ใช้ไม่ได้:
- มีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นระหว่างการเจือจาง
- มีการตกตะกอน การระเหยของตัวถูกละลาย หรือการสูญเสียสารระหว่างการถ่ายโอน
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
สร้างสารละลายจากของแข็ง
สังเกตจากโจทย์: ให้มวลสารบริสุทธิ์กับปริมาตรสุดท้ายที่ต้องการ
เลือกวิธีคิด: หาโมลจากมวลและมวลโมลาร์ แล้วหารด้วยลิตรสารละลายสุดท้าย; แยกขั้นละลายกับขั้นปรับปริมาตร
ลดความเข้มข้นของ stock solution
สังเกตจากโจทย์: ให้ หรือถามว่าต้องดูด stock เท่าใดเพื่อเตรียม
เลือกวิธีคิด: ใช้ จากโมลตัวถูกละลายคงเดิม แล้วตรวจว่า เมื่อเติมตัวทำละลาย
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · ตวง stock เพื่อเตรียมสารละลายเจือจาง
มีสารละลาย KNO₃ 0.200 M ต้องการเตรียม 250.0 mL ที่ 0.0500 M ต้องใช้ stock กี่ mL?
- ตัวถูกละลายเป็นสารเดิมและไม่มีปฏิกิริยา จึงใช้
- จัดรูป mL
- หน่วยความเข้มข้นตัดกัน และตั้งปริมาตรสุดท้ายในหน่วยเดียวกับ
คำตอบ: ใช้ stock 62.5 mL แล้วเติมตัวทำละลายจนปริมาตรสุดท้ายเป็น 250.0 mL
ตรวจเหตุผล: 62.5 mL น้อยกว่าปริมาตรสุดท้าย และความเข้มข้นลดลง 4 เท่า จึงสอดคล้องกับการเจือจาง
ตัวอย่าง 2 · เตรียมจากของแข็งโดยใช้ปริมาตรสุดท้าย
เตรียมกลูโคส (มวลโมลาร์ 180.0 g/mol) 18.00 g ให้เป็นสารละลายปริมาตรสุดท้าย 500.0 mL จงหา M
- จำนวนโมลกลูโคส mol
- แปลงปริมาตรสุดท้ายเป็น 0.5000 L
- ใช้ mol/L
คำตอบ: 0.2000 M
ตรวจเหตุผล: ต้องละลายกลูโคสก่อน แล้วเติมตัวทำละลายถึง 500.0 mL; 500.0 mL ไม่ใช่ปริมาตรน้ำที่ใช้ตั้งแต่ต้น