การละลาย

- การละลายเป็นกระบวนการที่อนุภาคของตัวถูกละลายกระจายอยู่ในตัวทำละลายระดับโมเลกุล สิ่งที่เห็นด้วยตาและภาพอนุภาคเป็นคนละระดับ จึงต้องแยกคำอธิบายทั้งสองก่อนสรุป

  • แยกธาตุ สารประกอบ และของผสมได้; รู้พันธะไอออนิก แรงระหว่างอนุภาค และสัญลักษณ์สถานะ (s), (l), (g), (aq)

เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข

1. การกระจายตัวในสารละลายไม่ได้แปลว่าแตกเป็นอะตอมเสมอ

  • สารละลาย (Solution) เป็นของผสมเนื้อเดียวที่อนุภาคของตัวถูกละลายกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในตัวทำละลายและไม่ตกตะกอนแยกชั้นตามกาลเวลา
  • ความแตกต่างระดับอนุภาคระหว่างสารแต่ละประเภท:
    • สารประกอบโคเวเลนต์โมเลกุล (เช่น ซูโครส/น้ำตาลทราย C12H22O11\mathrm{C_{12}H_{22}O_{11}}): เมื่อละลายน้ำ โมเลกุลซูโครสจะแยกออกจากกันและกระจายตัวในน้ำ แต่สูตรเคมีของแต่ละโมเลกุลยังคงเป็น C12H22O11\mathrm{C_{12}H_{22}O_{11}} ไม่ได้แตกพันธะโคเวเลนต์ออกเป็นอะตอมเดี่ยว →\rightarrow สารละลายไม่นำไฟฟ้า (Non-electrolyte)
    • สารประกอบไอออนิก (เช่น เกลือแกง NaCl\mathrm{NaCl}): เมื่อละลายน้ำ โครงผลึกจะแตกออกเป็นไอออนอิสระที่เคลื่อนที่ได้ คือ Na+(aq)\mathrm{Na^+(aq)} และ Cl−(aq)\mathrm{Cl^-(aq)} →\rightarrow สารละลายนำไฟฟ้าได้ (Electrolyte)
  • ความหมายของสัญลักษณ์ (aq)\mathrm{(aq)}:
    • ย่อมาจาก Aqueous หมายถึง อนุภาคไอออนหรือโมเลกุลนั้นถูกโมเลกุลของน้ำล้อมรอบอยู่ ไม่ได้หมายความว่าสารนั้นเปลี่ยนรูปกลายเป็นน้ำ
สองแผงแสดงโมเลกุล H₂O รอบ Na⁺ และ Cl⁻; ฝั่ง Na⁺ จัดด้าน O δ− เข้าหาไอออน ส่วนฝั่ง Cl⁻ จัดด้าน H δ+ เข้าหาไอออน
ภาพเทียบการล้อมรอบไอออนด้วยน้ำ: ออกซิเจน O δ− หันเข้าใกล้ Na⁺ ส่วนไฮโดรเจน H δ+ หันเข้าใกล้ Cl⁻
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
    • ภาพรวม: แบบจำลองกระบวนการไฮเดรชัน (Hydration) ของไอออนในสารละลายน้ำ
    • ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
      • โมเลกุลของน้ำ: อะตอมออกซิเจนมีประจุบางส่วนลบ (O δ−O\ \delta-) หรือ O δ− ส่วนอะตอมไฮโดรเจนมีประจุบางส่วนบวก (H δ+H\ \delta+) หรือ H δ+
      • รอบไอออนบวก Na+\mathrm{Na^+}: โมเลกุลน้ำหันด้าน O δ− เข้าหาแคตไอออน
      • รอบไอออนลบ Cl−\mathrm{Cl^-}: โมเลกุลน้ำหันด้าน H δ+ เข้าหาแอนไอออน
    • ข้อจำกัดของภาพจำลอง: แสดงทิศทางการจัดเรียงตัวเชิงไฟฟ้าสถิต ไม่ได้แสดงขนาดสัดส่วนจริงหรือจำนวนชั้นของเปลือกไฮเดรชัน (Hydration shell)

2. กลไกพลังงานในการละลาย (Enthalpy of Solution)

  • การเกิดสารละลายของสารไอออนิกในน้ำเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพลังงาน 2 ขั้นตอนหลัก:
  • 1. ขั้นทำลายโครงผลึก (Lattice dissociation):
    • ต้องใส่พลังงานเพื่อเอาชนะแรงดึงดูดไฟฟ้าสถิตและแยกไอออนออกจากโครงผลึกกลายเป็นไอออนในสถานะแก๊ส
    • เป็น กระบวนการดูดพลังงาน (ΔHlattice>0\Delta H_{\text{lattice}} > 0)
  • 2. ขั้นโมเลกุลน้ำเข้าล้อมรอบไอออน (Hydration):
    • โมเลกุลของน้ำเข้ามาล้อมรอบไอออนแก๊ส เกิดแรงดึงดูดระหว่างไอออนกับไดโพลของน้ำ (Ion-dipole attraction)
    • เป็น กระบวนการคายพลังงาน (ΔHhydration<0\Delta H_{\text{hydration}} < 0)
  • เอนทัลปีการละลายสุทธิ (ΔHsoln\Delta H_{\text{soln}}): ΔHsoln=ΔHlattice(dissociation)+∑ΔHhydration\Delta H_{\text{soln}} = \Delta H_{\text{lattice(dissociation)}} + \sum \Delta H_{\text{hydration}}
    • หาก ∣ΔHhydration∣>∣ΔHlattice∣|\Delta H_{\text{hydration}}| > |\Delta H_{\text{lattice}}|: การละลายจะเป็น แบบคายความร้อน (Exothermic) →\rightarrow อุณหภูมิของสารละลายสูงขึ้น
    • หาก ∣ΔHlattice∣>∣ΔHhydration∣|\Delta H_{\text{lattice}}| > |\Delta H_{\text{hydration}}|: การละลายจะเป็น แบบดูดความร้อน (Endothermic) →\rightarrow อุณหภูมิของสารละลายลดลง (แต่ยังสามารถเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติเนื่องจากมีปัจจัยเอนโทรปีช่วยขับเคลื่อน)

3. ปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้และอัตราการละลาย

  • แยกแยะอัตราการละลายออกจากสภาพละลายได้:
    • อัตราการละลาย (Rate of dissolution): บอกความเร็วในการละลาย เพิ่มขึ้นได้โดยการคนสาร, การให้ความร้อน, หรือการบดของแข็งให้เป็นผงละเอียด (เพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส) แต่ ไม่ได้เปลี่ยนปริมาณสูงสุดที่ละลายได้
    • สภาพละลายได้ (Solubility): ปริมาณสูงสุดของตัวถูกละลายที่สามารถละลายได้ในตัวทำละลายปริมาณที่กำหนด ณ อุณหภูมิหนึ่ง เพื่อให้ได้ สารละลายอิ่มตัว (Saturated solution)
  • ผลของอุณหภูมิและความดัน:
    • ของแข็ง: สารที่ละลายแบบดูดความร้อนจะละลายได้มากขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ส่วนสารที่ละลายแบบคายความร้อนจะละลายได้น้อยลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
    • แก๊ส: แก๊สทุกชนิดละลายในน้ำได้ น้อยลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น และละลายได้ มากขึ้นเมื่อความดันย่อยของแก๊สเหนือสารละลายสูงขึ้น (ตามกฎของเฮนรี)

ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?

เลือกสมการอนุภาคหลังละลาย

  • สังเกตจากโจทย์: โจทย์ถามว่าโมเลกุลเดิมคงอยู่หรือมีไอออนในสารละลาย

  • เลือกวิธีคิด: ตรวจชนิดพันธะและปฏิกิริยากับน้ำก่อน; เขียนชนิดอนุภาค ประจุ และสัมประสิทธิ์ให้สมดุล

อ่านข้อมูลการละลายที่เปลี่ยนตามเงื่อนไข

  • สังเกตจากโจทย์: ให้ความสามารถละลาย อุณหภูมิ หรือความดันของแก๊ส

  • เลือกวิธีคิด: เทียบความเข้มข้นกับค่าที่สมดุล ณ เงื่อนไขนั้น และแยกผลต่ออัตราการละลายออกจากค่าความสามารถละลาย

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด

ตัวอย่าง 1 · เปรียบเทียบแบบจำลองน้ำตาลกับเกลือ

เขียนอนุภาคของซูโครส C₁₂H₂₂O₁₁ และ NaCl หลังละลายในน้ำ โดยไม่สมมติว่าทั้งคู่แตกเหมือนกัน

  1. ซูโครสเป็นสารโมเลกุลที่ละลายโดยโมเลกุลแยกจากกันและกระจายในน้ำ จึงคงสูตรเดิม
  2. ผลึก NaCl ประกอบด้วย Na⁺ และ Cl⁻; เมื่อละลายจะแยกไอออนตามอัตราส่วน 1:1
  3. ตรวจว่าจำนวนและประจุรวมสมดุล: หนึ่ง Na⁺ ต่อหนึ่ง Cl⁻ ทำให้ประจุสุทธิเป็นศูนย์

คำตอบ: C₁₂H₂₂O₁₁(s) → C₁₂H₂₂O₁₁(aq); NaCl(s) → Na⁺(aq) + Cl⁻(aq)

ตรวจเหตุผล: (aq) ระบุว่าอนุภาคกระจายในน้ำ; ไม่แตกอะตอม และสมการ NaCl รักษาจำนวน Na, Cl และประจุ

ตัวอย่าง 2 · ใช้ Henry’s law เปรียบเทียบความดัน

ที่อุณหภูมิคงที่ แก๊ส X มีความเข้มข้นสมดุลในน้ำ 1.5×10⁻³ mol/L เมื่อความดันย่อย 0.60 atm ถ้าลดความดันย่อยเป็น 0.20 atm ความเข้มข้นสมดุลเป็นเท่าใด? ให้ใช้สัดส่วนตรงตาม Henry’s law (กฎของเฮนรี)

  1. เงื่อนไขอุณหภูมิและชนิดแก๊สคงเดิม จึงใช้ Cg=kPgC_g=kP_g และความเข้มข้นแปรตรงกับความดันย่อย
  2. ความดันลดเหลือ 1/3 ของเดิม จึงให้ความเข้มข้นสมดุลเหลือ 1/3
  3. คำนวณ 1.5×10−3×(0.20/0.60)1.5×10^{-3}×(0.20/0.60) mol/L

คำตอบ: 5.0×10⁻⁴ mol/L

ตรวจเหตุผล: เมื่อความดันย่อยลดลง ความสามารถละลายสมดุลของแก๊สลดลง; หน่วยยังเป็น mol/L