การละลาย
- การละลายเป็นกระบวนการที่อนุภาคของตัวถูกละลายกระจายอยู่ในตัวทำละลายระดับโมเลกุล สิ่งที่เห็นด้วยตาและภาพอนุภาคเป็นคนละระดับ จึงต้องแยกคำอธิบายทั้งสองก่อนสรุป
- แยกธาตุ สารประกอบ และของผสมได้; รู้พันธะไอออนิก แรงระหว่างอนุภาค และสัญลักษณ์สถานะ (s), (l), (g), (aq)
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. การกระจายตัวในสารละลายไม่ได้แปลว่าแตกเป็นอะตอมเสมอ
- สารละลาย (Solution) เป็นของผสมเนื้อเดียวที่อนุภาคของตัวถูกละลายกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในตัวทำละลายและไม่ตกตะกอนแยกชั้นตามกาลเวลา
- ความแตกต่างระดับอนุภาคระหว่างสารแต่ละประเภท:
- สารประกอบโคเวเลนต์โมเลกุล (เช่น ซูโครส/น้ำตาลทราย ): เมื่อละลายน้ำ โมเลกุลซูโครสจะแยกออกจากกันและกระจายตัวในน้ำ แต่สูตรเคมีของแต่ละโมเลกุลยังคงเป็น ไม่ได้แตกพันธะโคเวเลนต์ออกเป็นอะตอมเดี่ยว สารละลายไม่นำไฟฟ้า (Non-electrolyte)
- สารประกอบไอออนิก (เช่น เกลือแกง ): เมื่อละลายน้ำ โครงผลึกจะแตกออกเป็นไอออนอิสระที่เคลื่อนที่ได้ คือ และ สารละลายนำไฟฟ้าได้ (Electrolyte)
- ความหมายของสัญลักษณ์ :
- ย่อมาจาก Aqueous หมายถึง อนุภาคไอออนหรือโมเลกุลนั้นถูกโมเลกุลของน้ำล้อมรอบอยู่ ไม่ได้หมายความว่าสารนั้นเปลี่ยนรูปกลายเป็นน้ำ

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวม: แบบจำลองกระบวนการไฮเดรชัน (Hydration) ของไอออนในสารละลายน้ำ
- ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
- โมเลกุลของน้ำ: อะตอมออกซิเจนมีประจุบางส่วนลบ () หรือ O δ− ส่วนอะตอมไฮโดรเจนมีประจุบางส่วนบวก () หรือ H δ+
- รอบไอออนบวก : โมเลกุลน้ำหันด้าน O δ− เข้าหาแคตไอออน
- รอบไอออนลบ : โมเลกุลน้ำหันด้าน H δ+ เข้าหาแอนไอออน
- ข้อจำกัดของภาพจำลอง: แสดงทิศทางการจัดเรียงตัวเชิงไฟฟ้าสถิต ไม่ได้แสดงขนาดสัดส่วนจริงหรือจำนวนชั้นของเปลือกไฮเดรชัน (Hydration shell)
2. กลไกพลังงานในการละลาย (Enthalpy of Solution)
- การเกิดสารละลายของสารไอออนิกในน้ำเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพลังงาน 2 ขั้นตอนหลัก:
- 1. ขั้นทำลายโครงผลึก (Lattice dissociation):
- ต้องใส่พลังงานเพื่อเอาชนะแรงดึงดูดไฟฟ้าสถิตและแยกไอออนออกจากโครงผลึกกลายเป็นไอออนในสถานะแก๊ส
- เป็น กระบวนการดูดพลังงาน ()
- 2. ขั้นโมเลกุลน้ำเข้าล้อมรอบไอออน (Hydration):
- โมเลกุลของน้ำเข้ามาล้อมรอบไอออนแก๊ส เกิดแรงดึงดูดระหว่างไอออนกับไดโพลของน้ำ (Ion-dipole attraction)
- เป็น กระบวนการคายพลังงาน ()
- เอนทัลปีการละลายสุทธิ ():
- หาก : การละลายจะเป็น แบบคายความร้อน (Exothermic) อุณหภูมิของสารละลายสูงขึ้น
- หาก : การละลายจะเป็น แบบดูดความร้อน (Endothermic) อุณหภูมิของสารละลายลดลง (แต่ยังสามารถเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติเนื่องจากมีปัจจัยเอนโทรปีช่วยขับเคลื่อน)
3. ปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้และอัตราการละลาย
- แยกแยะอัตราการละลายออกจากสภาพละลายได้:
- อัตราการละลาย (Rate of dissolution): บอกความเร็วในการละลาย เพิ่มขึ้นได้โดยการคนสาร, การให้ความร้อน, หรือการบดของแข็งให้เป็นผงละเอียด (เพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส) แต่ ไม่ได้เปลี่ยนปริมาณสูงสุดที่ละลายได้
- สภาพละลายได้ (Solubility): ปริมาณสูงสุดของตัวถูกละลายที่สามารถละลายได้ในตัวทำละลายปริมาณที่กำหนด ณ อุณหภูมิหนึ่ง เพื่อให้ได้ สารละลายอิ่มตัว (Saturated solution)
- ผลของอุณหภูมิและความดัน:
- ของแข็ง: สารที่ละลายแบบดูดความร้อนจะละลายได้มากขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ส่วนสารที่ละลายแบบคายความร้อนจะละลายได้น้อยลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
- แก๊ส: แก๊สทุกชนิดละลายในน้ำได้ น้อยลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น และละลายได้ มากขึ้นเมื่อความดันย่อยของแก๊สเหนือสารละลายสูงขึ้น (ตามกฎของเฮนรี)
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
เลือกสมการอนุภาคหลังละลาย
-
สังเกตจากโจทย์: โจทย์ถามว่าโมเลกุลเดิมคงอยู่หรือมีไอออนในสารละลาย
-
เลือกวิธีคิด: ตรวจชนิดพันธะและปฏิกิริยากับน้ำก่อน; เขียนชนิดอนุภาค ประจุ และสัมประสิทธิ์ให้สมดุล
อ่านข้อมูลการละลายที่เปลี่ยนตามเงื่อนไข
-
สังเกตจากโจทย์: ให้ความสามารถละลาย อุณหภูมิ หรือความดันของแก๊ส
-
เลือกวิธีคิด: เทียบความเข้มข้นกับค่าที่สมดุล ณ เงื่อนไขนั้น และแยกผลต่ออัตราการละลายออกจากค่าความสามารถละลาย
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · เปรียบเทียบแบบจำลองน้ำตาลกับเกลือ
เขียนอนุภาคของซูโครส C₁₂H₂₂O₁₁ และ NaCl หลังละลายในน้ำ โดยไม่สมมติว่าทั้งคู่แตกเหมือนกัน
- ซูโครสเป็นสารโมเลกุลที่ละลายโดยโมเลกุลแยกจากกันและกระจายในน้ำ จึงคงสูตรเดิม
- ผลึก NaCl ประกอบด้วย Na⁺ และ Cl⁻; เมื่อละลายจะแยกไอออนตามอัตราส่วน 1:1
- ตรวจว่าจำนวนและประจุรวมสมดุล: หนึ่ง Na⁺ ต่อหนึ่ง Cl⁻ ทำให้ประจุสุทธิเป็นศูนย์
คำตอบ: C₁₂H₂₂O₁₁(s) → C₁₂H₂₂O₁₁(aq); NaCl(s) → Na⁺(aq) + Cl⁻(aq)
ตรวจเหตุผล: (aq) ระบุว่าอนุภาคกระจายในน้ำ; ไม่แตกอะตอม และสมการ NaCl รักษาจำนวน Na, Cl และประจุ
ตัวอย่าง 2 · ใช้ Henry’s law เปรียบเทียบความดัน
ที่อุณหภูมิคงที่ แก๊ส X มีความเข้มข้นสมดุลในน้ำ 1.5×10⁻³ mol/L เมื่อความดันย่อย 0.60 atm ถ้าลดความดันย่อยเป็น 0.20 atm ความเข้มข้นสมดุลเป็นเท่าใด? ให้ใช้สัดส่วนตรงตาม Henry’s law (กฎของเฮนรี)
- เงื่อนไขอุณหภูมิและชนิดแก๊สคงเดิม จึงใช้ และความเข้มข้นแปรตรงกับความดันย่อย
- ความดันลดเหลือ 1/3 ของเดิม จึงให้ความเข้มข้นสมดุลเหลือ 1/3
- คำนวณ mol/L
คำตอบ: 5.0×10⁻⁴ mol/L
ตรวจเหตุผล: เมื่อความดันย่อยลดลง ความสามารถละลายสมดุลของแก๊สลดลง; หน่วยยังเป็น mol/L