สมบัติคอลลิเกทีฟ
สมบัติคอลลิเกทีฟเปลี่ยนตามจำนวนอนุภาคตัวถูกละลายเมื่อเทียบกับตัวทำละลาย ภายใต้แบบจำลองสารละลายเจือจาง/อุดมคติ จึงต้องนับอนุภาคจริงในสารละลาย ไม่ใช่นับเพียงหน่วยสูตรก่อนละลาย
เข้าใจโมแลลิตี เศษส่วนโมล การละลายและการแตกตัวเป็นไอออน; แปลงอุณหภูมิเป็น K เมื่อใช้สมการแก๊ส
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. จำนวนอนุภาคเป็นแกนร่วมของสมบัติ
- สมบัติคอลลิเกทีฟ (colligative properties) เป็นสมบัติทางกายภาพของสารละลายเจือจางแบบอุดมคติที่ขึ้นกับ จำนวนอนุภาคตัวถูกละลายทั้งหมด ต่อปริมาณตัวทำละลาย โดยไม่ขึ้นกับชนิดหรือธรรมชาติทางเคมีของตัวถูกละลายนั้น
- 4 สมบัติคอลลิเกทีฟหลัก (เมื่อตัวถูกละลายไม่ระเหยและไม่แตกตัวเป็นไอออน):
- การลดลงของความดันไอ (Vapor pressure lowering): ความดันไอของตัวทำละลายในสารละลายต่ำกว่าตัวทำละลายบริสุทธิ์
- การเพิ่มขึ้นของจุดเดือด (Boiling point elevation): สารละลายมีจุดเดือดสูงกว่าตัวทำละลายบริสุทธิ์
- การลดลงของจุดเยือกแข็ง (Freezing point depression): สารละลายมีจุดเยือกแข็งต่ำกว่าตัวทำละลายบริสุทธิ์
- ความดันออสโมติก (Osmotic pressure): เกิดแรงดันที่ต้องใช้เพื่อต้านการแพร่สุทธิของตัวทำละลายผ่านเยื่อเลือกผ่าน
- การนับอนุภาคจริงในสารละลาย:
- สารที่ไม่แตกตัวเป็นไอออน (Nonelectrolyte): เช่น กลูโคส หรือยูเรีย ให้ 1 โมลอนุภาคต่อ 1 โมลสารที่ละลาย ()
- สารอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte): มีการแตกตัวเป็นไอออน (dissociation) ในน้ำ เช่น ซึ่งให้ไอออนรวม 3 โมล (1 โมล + 2 โมล ) ต่อ 1 โมล ตามแบบจำลองอุดมคติ
- กฎการอนุรักษ์: การแตกตัวต้องดุลทั้งประจุไฟฟ้าสุทธิ (เป็นศูนย์) และจำนวนอะตอมให้สมดุลเสมอ

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวม: การเปรียบเทียบระหว่างตัวทำละลายบริสุทธิ์กับสารละลายเจือจางอุดมคติเมื่อเติมตัวถูกละลายที่ไม่ระเหย (non-volatile solute)
- ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของสมบัติ:
- ความดันไอของตัวทำละลาย: ลดลง ()
- จุดเดือดของสารละลาย: สูงขึ้น ()
- จุดเยือกแข็งของสารละลาย: ลดลง ()
- ทิศทางการเกิดออสโมซิส: โมเลกุล เคลื่อนที่สุทธิผ่านเยื่อเลือกผ่านจากด้านที่เจือจางกว่าไปยังด้านที่เข้มข้นกว่า (ด้านที่มี solute มากกว่า)
- ข้อจำกัดของภาพจำลอง: แสดงทิศทางเชิงแนวคิดภายใต้แบบจำลองสารละลายเจือจางอุดมคติ โดยต้องนับจำนวนอนุภาคทั้งหมด (electrolyte แตกตัวเป็นหลายไอออน)
2. จุดเดือดและจุดเยือกแข็งใช้โมแลลิตี
- การเปลี่ยนแปลงจุดเดือดและจุดเยือกแข็งคำนวณจากความเข้มข้นในหน่วยโมแลลิตี (, ) เนื่องจากโมแลลิตีไม่เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ
- สมการการคำนวณ:
- การเพิ่มขึ้นของจุดเดือด: โดย คือค่าคงที่การเพิ่มของจุดเดือดเฉพาะตัวทำละลาย
- การลดลงของจุดเยือกแข็ง: โดย คือค่าคงที่การลดลงของจุดเยือกแข็งเฉพาะตัวทำละลาย
- van 't Hoff factor (): อัตราส่วนจำนวนอนุภาคจริงหลังละลายต่อหน่วยสูตรเริ่มต้น (กรณี nonelectrolyte ; กรณี electrolyte อุดมคติ เท่ากับผลรวมโมลไอออนที่แตกตัว)
- การหาอุณหภูมิสุดท้ายของสารละลาย:
- จุดเดือดของสารละลาย (): (สูงกว่าตัวทำละลายบริสุทธิ์)
- จุดเยือกแข็งของสารละลาย (): (ต่ำกว่าตัวทำละลายบริสุทธิ์)
- ข้อควรระวังเรื่องเครื่องหมาย: ค่า นิยามเป็น ขนาดการลดลงที่เป็นค่าบวก เสมอ จุดเยือกแข็งจริงต้องนำไปลบออกจากจุดเยือกแข็งของตัวทำละลายบริสุทธิ์
3. ความดันไอและออสโมซิสมีสมมติฐานเฉพาะ
- ความดันไอและความดันออสโมติกอธิบายพฤติกรรมของสารละลายตามแบบจำลองทางอุณหพลศาสตร์
- การลดความดันไอตามกฎของราอูลต์ (Raoult's Law):
- สมการ:
- ตัวแปร: คือความดันไอของตัวทำละลายเหนือสารละลาย, คือเศษส่วนโมลของตัวทำละลาย, คือความดันไอของตัวทำละลายบริสุทธิ์
- กลไกเชื่อมโยงกับจุดเดือด: เมื่อความดันไอของตัวทำละลายลดลง สารละลายจึงต้องใช้อุณหภูมิสูงขึ้นเพื่อให้ความดันไอเท่ากับความดันบรรยากาศภายนอก จุดเดือดจึงสูงขึ้น
- ความดันออสโมติก (Osmotic pressure, ):
- สมการแบบจำลองเจือจาง (van 't Hoff equation):
- ตัวแปร: คือความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี (), คือค่าคงที่แก๊ส, คืออุณหภูมิสัมบูรณ์ในหน่วยเคลวิน ()
- นิยามเชิงกลไก: ความดันออสโมติกคือความดันภายนอกขั้นต่ำที่ต้องกระทำต่อด้านสารละลายเข้มข้นเพื่อหยุดการไหลสุทธิของตัวทำละลายผ่านเยื่อเลือกผ่าน (semipermeable membrane) ไปยังด้านที่มีความเข้มข้นของตัวถูกละลายมากกว่า
4. ใช้ i อย่างระวังเมื่อสารเป็น electrolyte
- การวิเคราะห์ผลคอลลิเกทีฟของสารละลายอิเล็กโทรไลต์ต้องแยกค่าในอุดมคติออกจากพฤติกรรมจริง
- นิยามและการเปรียบเทียบ:
- ปัจจัย van 't Hoff () เปรียบเทียบจำนวนอนุภาคในสารละลายจริงกับจำนวนหน่วยสูตรที่ละลาย
- ค่าเชิงทฤษฎี (Ideal van 't Hoff factor): สมมติว่าอิเล็กโทรไลต์แตกตัวสมบูรณ์และไอออนเป็นอิสระต่อกันอย่างแท้จริง เช่น มีค่าทฤษฎี และ มีค่าทฤษฎี
- ค่าที่วัดได้จริง (Apparent van 't Hoff factor): มักต่ำกว่าค่าทางทฤษฎี โดยเฉพาะในสารละลายที่มีความเข้มข้นสูง เนื่องจากไอออนบวกและไอออนลบยังมีแรงดึงดูดทางไฟฟ้าสถิตต่อกันและเกิดเป็นคู่ไอออน (ion pairing)
- แนวทางการทำโจทย์:
- หากโจทย์ระบุค่า มาให้โดยตรง ให้ใช้ค่านั้นในการคำนวณ
- หากไม่ได้ระบุ ให้พิจารณาว่าโจทย์กำหนดเงื่อนไข "แตกตัวสมบูรณ์ / สารละลายเจือจางอุดมคติ" หรือไม่
- หากตัวถูกละลายเป็น nonelectrolyte ให้ใช้ เสมอ
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
โจทย์ถามจุดเยือกแข็งหรือจุดเดือดใหม่
สังเกตจากโจทย์: ให้โมแลลิตี ค่าคงที่ของตัวทำละลาย และอาจให้
เลือกวิธีคิด: คำนวณขนาด ก่อน จากนั้นบวกกับจุดเดือดเดิมหรือลบจากจุดเยือกแข็งเดิมตามชนิดสมบัติ
เปรียบเทียบสารละลาย electrolyte กับ nonelectrolyte
สังเกตจากโจทย์: ให้สูตรเกลือหรือจำนวนอนุภาคเมื่อแตกตัว
เลือกวิธีคิด: ดุลสมการแตกตัว นับ mol อนุภาคที่เกิด คูณด้วย ตามสมมติฐาน แล้วเปรียบเทียบที่ความเข้มข้นตัวทำละลายเดียวกัน
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · จุดเยือกแข็งของกลูโคสในน้ำ
สารละลายกลูโคส 0.500 m ในน้ำมี °C·kg/mol และกำหนดให้สารละลายอุดมคติ จงหาจุดเยือกแข็ง โดยน้ำบริสุทธิ์เยือกแข็งที่ 0.00 °C
- กลูโคสเป็น nonelectrolyte จึงใช้
- คำนวณขนาดการลดลง: °C
- จุดเยือกแข็งสุดท้ายต่ำกว่าค่าน้ำบริสุทธิ์ จึงคำนวณ °C
คำตอบ: −0.930 °C
ตรวจเหตุผล: ตัวถูกละลายทำให้จุดเยือกแข็งลดลง; ค่า เป็นขนาดบวกแต่ค่าจุดสุดท้ายติดลบ
ตัวอย่าง 2 · เปรียบเทียบ CaCl₂ ภายใต้สมมติฐานอุดมคติ
สารละลาย CaCl₂ ในน้ำมีความเข้มข้น 0.100 m กำหนดให้แตกตัวสมบูรณ์และ °C·kg/mol จงหาการลดจุดเยือกแข็งตามแบบจำลอง
- เขียนการแตกตัว: CaCl₂ → Ca²⁺ + 2Cl⁻; มีอนุภาคไอออนตามอุดมคติ 3 mol ต่อ 1 mol CaCl₂
- ดังนั้น และ °C
- รายงาน เป็นขนาดการลดลง; ถ้าต้องการจุดสุดท้ายให้ลบจากจุดเยือกแข็งน้ำบริสุทธิ์
คำตอบ: °C; เมื่อเทียบกับน้ำบริสุทธิ์ 0.00 °C จุดเยือกแข็งตามแบบจำลองคือ −0.558 °C
ตรวจเหตุผล: มี 1 Ca²⁺ และ 2 Cl⁻ รวมสามอนุภาคและผลรวมประจุเป็นศูนย์; ผลจริงอาจต่างจากแบบจำลองแตกตัวสมบูรณ์