Active & Passive Voice
active และ passive เปลี่ยนจุดที่ประโยคให้ความสำคัญ: active เริ่มจากผู้ทำกริยา ส่วน passive เริ่มจากผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลของกริยา จึงเลือกจากสิ่งที่ต้องการเน้น ไม่ใช่จากความรู้สึกว่ารูปใดเป็นทางการกว่า
พื้นฐานที่ใช้: แยก subject, main verb และ object; รู้กริยา base / past / past participle และรูป be ที่สัมพันธ์กับ tense เช่น is, was, has been.
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. หลักการเปลี่ยนจุดเน้น (Focus) โดยคงความหมายและกาลเวลา
- โครงสร้าง Active:
Agent (ผู้กระทำ) + Verb + Object (ผู้รับผล)เช่นThe storm damaged two classrooms. - โครงสร้าง Passive: ย้าย Object มาเป็น Subject ของประโยค แล้วผัน
beตาม tense เดิม + กริยาช่อง 3 (Past Participle / V.3):Two classrooms were damaged (by the storm).
- การระบุผู้กระทำ (Agent):
- ใส่
by + agentเมื่อตัวผู้กระทำมีความสำคัญ ให้ข้อมูลใหม่ หรือจำเป็นต่อใจความ - ละเว้น (omit) agent ได้ เมื่อไม่ทราบตัวผู้กระทำ, ผู้กระทำไม่สำคัญ, หรือผู้อ่านทราบดีอยู่แล้วจากบริบท
- ใส่
- การผันกาลเวลา (Tense): การเปลี่ยน tense ในรูป passive กระทำที่กริยาช่วย
beเพียงตัวเดียว โดยที่ V.3 คงที่เสมอ:- Present Simple:
is / am / are + V.3(เช่นis cleaned) - Past Simple:
was / were + V.3(เช่นwas cleaned) - Present Continuous:
is / am / are + being + V.3(เช่นis being cleaned) - Present Perfect:
has / have + been + V.3(เช่นhas been cleaned) - ข้อพึงระวัง: ต้องรักษาคำบอกเวลาและกรอบเวลาเดิมของ active ไว้เสมอ ไม่เปลี่ยน present เป็น past โดยไม่ตั้งใจ
- Present Simple:

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- การสลับตำแหน่งบทบาท: ย้าย
the manuscriptจากกรรมมาเป็นประธาน/หัวข้อใหม่ (subject / topic) - การเปลี่ยนรูปกริยา:
found(V.2) เปลี่ยนเป็นwas found(past simple be + V.3) - การละผู้กระทำ: ละ
(by the archivist)ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อจุดเน้นอยู่ที่เอกสารตัวเขียน
- การสลับตำแหน่งบทบาท: ย้าย
2. ข้อจำกัดของกริยาในการสร้าง Passive Voice
- ต้องมีกรรมตรงรองรับ (Transitive Verbs เท่านั้น): กริยาต้องส่งผลไปยังกรรม จึงจะยกกรรมขึ้นมาเป็นประธาน passive ได้ เช่น
The staff opened the gate.→The gate was opened. - กริยาที่ไม่มีกรรม (Intransitive Verbs) ห้ามทำเป็น passive ตรง ๆ: เช่น
arrive,happen,occur,die- ใช้
The parcel arrived.(ถูกต้อง) - ห้ามเขียน
*The parcel was arrived.(ผิดไวยากรณ์)
- ใช้
- กริยาคู่บุพบท (Prepositional Verbs): ยังสามารถทำเป็น passive ได้ โดยต้อง คง preposition นั้นไว้ติดกับกริยาเดิม เสมอ เช่น:
- Active:
They looked after the child. - Passive:
The child was looked after.
- Active:
- กริยาที่มีกรรมสองตัว (Ditransitive Verbs): สามารถยกกรรมรอง (Recipient / บุคคล) หรือกรรมตรง (Theme / สิ่งของ) ขึ้นมาเป็นประธานได้ แต่ควรพิจารณาความลื่นไหลและไม่ควรใส่
by-agentหากไม่ได้เพิ่มข้อมูลที่เป็นประโยชน์
3. การเลือกใช้ Passive ให้สอดคล้องกับกลวิธีจัดลำดับข้อมูล
- เมื่อใดควรเลือกใช้ Passive:
- ต้องการรักษาความต่อเนื่องของหัวเรื่องเดิมในย่อหน้า โดยให้สิ่งที่ถูกกระทำเป็นหัวข้อ (Topic continuation)
- ไม่ทราบตัวผู้กระทำ หรือผู้กระทำไม่มีนัยสำคัญ เช่น
The bridge was reopened yesterday. - งานเขียนรายงานหรือวิชาการที่ต้องการเน้นกระบวนการและผลลัพธ์เชิงประจักษ์
- ข้อสังเกต: งานเขียนวิชาการไม่จำเป็นต้องเป็น passive ทุกประโยค หากผู้กระทำมีความชัดเจนและต้องการความกระชับตรงไปตรงมา การใช้ active จะเป็นธรรมชาติกว่า
- การแยกแยะระหว่าง Passive Voice กับ Adjective หลัง be:
The door is closed.อาจมองเป็นสภาพที่ปิดอยู่ (Adjective) หรือการกระทำที่ถูกปิด (Passive) ขึ้นอยู่กับบริบท- หากต้องการเน้นตัวเหตุการณ์ ให้ระบุเวลาหรือผู้กระทำชัดเจน เช่น
The door was closed by the caretaker at six.
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
เปลี่ยน active เป็น passive หรือเลือกคำเติม
สังเกตจากโจทย์: มี object และโจทย์ต้องการเน้นสิ่งที่ได้รับการกระทำ
เลือกวิธีคิด: หา verb tense และ object ก่อน; ย้าย object เป็นประธาน, เลือก be ให้ตรง tense, ใช้ V3 และคง by-agent เมื่อสำคัญ
แก้ error หรือเลือก voice ในบทอ่าน
สังเกตจากโจทย์: ประธานเป็นผู้รับผล หรือไม่ทราบผู้ทำ; บางข้อหลอกด้วย intransitive verb
เลือกวิธีคิด: ถามว่ากริยารับ object ได้หรือไม่และต้องการ focus ใด; ตรวจว่า passive มี be + V3 ไม่ใช่ be + base/past แบบสุ่ม
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · คง past simple ขณะย้าย focus
Rewrite to begin with the affected thing and keep the time: “A storm damaged two classrooms last night.”
- classrooms เป็น object และเป็นสิ่งที่ต้องการนำมาเป็น topic ใหม่
- damaged เป็น past simple จึงใช้ was/were ใน past simple; two classrooms เป็นพหูพจน์จึงใช้ were
- คง V3 damaged และ last night; เติม by a storm เพราะผู้ทำช่วยบอกสาเหตุในประโยคนี้
คำตอบ: Two classrooms were damaged by a storm last night. = ห้องเรียนสองห้องได้รับความเสียหายจากพายุเมื่อคืน
ตรวจเหตุผล: ย้อนกลับเป็น “A storm damaged two classrooms last night” ได้ทั้งผู้ทำ สิ่งที่ได้รับผล และเวลาตรงกัน
ตัวอย่าง 2 · รักษา continuous aspect ใน passive
Rewrite with the lab results as the topic: “The assistants are checking the lab results now.”
- lab results เป็น object ที่ต้องการวางต้นประโยค ส่วน assistants เป็นผู้ทำซึ่งอาจละได้
- are checking เป็น present continuous; passive จึงใช้ are being + V3
- check มีรูป V3 เป็น checked และ now ยังคงระบุเวลาปัจจุบัน
คำตอบ: The lab results are being checked (by the assistants) now. = ผลแล็บกำลังได้รับการตรวจอยู่ตอนนี้
ตรวจเหตุผล: ประโยคยังสื่อว่ากระบวนการกำลังดำเนิน ไม่ใช่ผลตรวจเสร็จแล้ว; ตรวจพหูพจน์ results ให้ตรงกับ are