Pronouns & Reference
- pronoun ช่วยไม่ต้องพูด noun phrase ซ้ำ แต่ผู้อ่านต้องรู้ว่า it, they, he, she หรือ this ชี้ถึงใครหรือสิ่งใด และรูปของ pronoun ต้องเข้ากับตำแหน่งในประโยค
- หา noun/noun phrase ที่กล่าวมาก่อน (antecedent) และแยกตำแหน่ง subject ออกจาก object หลัง verb หรือ preposition
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. การจับคู่สรรพนามกับคำนามอ้างอิง (Pronoun-Antecedent Agreement)
- คำสรรพนาม (Pronoun) มีหน้าที่แทนคำนามที่กล่าวมาแล้ว (Antecedent) เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำ:
- เกณฑ์ความสอดคล้อง:
- ต้องสอดคล้องกันทั้ง บุรุษ (Person), จำนวน (Number) และ เพศ (Gender) เช่น "The reports arrived. I filed them." (them แทน reports พหูพจน์)
- คำชี้เฉพาะ this / that สามารถใช้อ้างถึงแนวคิดหรือเหตุการณ์ทั้งประโยคก่อนหน้าได้
- ปัญหาคำสรรพนามกำกวม (Ambiguous Reference):
- หากในประโยคมีคำนามเพศเดียวกันมากกว่าหนึ่งคน เช่น "Nina told May that she had won." คำว่า she จะกำกวมว่าหมายถึง นีน่า หรือ เมย์
- ในงานเขียนมาตรฐาน ต้องแก้ปัญหาความกำกวมโดยระบุชื่อซ้ำ ("Nina told May that Nina had won.") หรือใช้ประโยคคำพูดโดยตรง ("Nina told May, 'I won.'")

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- กรณีชัดเจน: "Nina left the report on the desk. She filed it later." → ลูกศรชี้ she → Nina และ it → report ชัดเจนตรงจำนวนและเพศ
- กรณีกำกวม: "Nina told May that she had won." → ลูกศรแตกกิ่งว่า she เชื่อมได้ทั้ง Nina หรือ May
- แนวทางแก้ไข: ใช้ชื่อซ้ำหรือปรับประโยคเมื่อมีบุคคลเพศเดียวกันสองคน
2. การเลือกรูปสรรพนามตามหน้าที่ทางไวยากรณ์
- สรรพนามรูปประธาน (Subject Pronouns): I, you, he, she, it, we, they ทำหน้าที่กระทำกริยา
- สรรพนามรูปกรรม (Object Pronouns): me, you, him, her, it, us, them อยู่หลังกริยาหรือบุพบท เช่น "The tutor called Ana and me." (ห้ามใช้ Ana and I ในตำแหน่งกรรม)
- Possessive Determiner vs Possessive Pronoun:
- Possessive Determiner: ต้องมีคำนามตามหลัง เช่น my notes, their books
- Possessive Pronoun: ใช้แทนทั้งวลีได้เดี่ยว ๆ โดยไม่มีนามตามหลัง เช่น "The notes are mine." (สมุดโน้ตเป็นของฉัน)
- Demonstratives: คำชี้เฉพาะเป็นได้ทั้ง Determiner (this folder) หรือ Pronoun (this is mine) ขึ้นกับว่ามีนามตามหลังหรือไม่
3. การแยกแยะ the other, another, others และสำนวนโต้ตอบ
- the other:
- หมายถึง "อีกอันหนึ่ง / อีกคนหนึ่งที่เหลืออยู่" (เมื่อพูดถึงสิ่งของหรือคนที่มีอยู่ สองสิ่ง/สองคน) เช่น "one hand ... the other hand"
- another:
- หมายถึง "อีกหนึ่งสิ่ง / อีกคนหนึ่งเพิ่มเติม" (ใช้กับคำนามเอกพจน์นับได้ทั่วไปที่ไม่ได้เจาะจงคู่)
- others:
- ทำหน้าที่เป็น Pronoun พหูพจน์ แปลว่า "คนอื่น ๆ / สิ่งอื่น ๆ" (หากเป็น Determiner ต้องใช้รูป other + Plural Noun)
- each other / one another:
- สำนวนบอกการกระทำซึ่งกันและกัน (Reciprocal Pronouns) เช่น "They helped each other." (พวกเขาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน)
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
หา reference ของ pronoun ในบทอ่าน
- สังเกตจากโจทย์: มี it/they/this/which หรือ he/she หลายคำในประโยคต่อเนื่อง
- เลือกวิธีคิด: ย้อนหา noun phrase หรือเหตุการณ์ที่สอดคล้องกันทั้งรูปและความหมาย แล้วตรวจว่ามี antecedent มากกว่าหนึ่งตัวหรือไม่
เลือก subject/object/possessive form
- สังเกตจากโจทย์: pronoun อยู่หน้ากริยา หลัง verb/preposition หรือแทน noun phrase ทั้งชุด
- เลือกวิธีคิด: ระบุหน้าที่ของช่องก่อน: subject ใช้ I/he/we/they, object ใช้ me/him/us/them, ตามด้วย noun ใช้ my/their แต่ใช้ mine/theirs เดี่ยวได้
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · แก้ pronoun ที่อ้างได้สองคน
ประโยค “Nina told May that she had passed.” ต้องการบอกว่า Nina สอบผ่าน จะแก้อย่างไรให้ไม่กำกวม? แปลประโยคเดิมก่อน
- she อาจชี้กลับไปที่ Nina ซึ่งเป็นประธานของ told หรือ May ซึ่งเป็นผู้รับข้อมูล
- เมื่อโจทย์กำหนดว่า Nina เป็นผู้สอบผ่าน ให้เขียนชื่อ Nina ซ้ำใน clause ที่กล่าวถึงผลสอบ แทนการปล่อย pronoun คลุมเครือ
- ประโยคเดิมแปลได้สองทางว่า นีนาบอกเมย์ว่าเธอสอบผ่าน; ฉบับแก้ต้องระบุชื่อผู้สอบผ่านตรง ๆ
คำตอบ: Nina told May that Nina had passed. = นีนาบอกเมย์ว่านีนาสอบผ่าน
ตรวจเหตุผล: ถามว่าใครสอบผ่านแล้วชี้คำตอบได้จากชื่อใน clause โดยไม่ต้องเดา; การซ้ำชื่อในตำแหน่งสำคัญชัดกว่าใช้ she ที่มี antecedent สองคน
ตัวอย่าง 2 · ใช้ object form หลัง preposition
เติม pronoun และแปล: “The tutor spoke to Arun and ___ after class. (I / me)”
- กลุ่ม Arun and ___ เป็น object ของ preposition to
- ในตำแหน่ง object ใช้ me ไม่ใช่ subject form I; เมื่อตรวจคำตอบ ให้ลองตัดชื่ออีกคนออก: spoke to me
- ไม่ใช้ myself เพราะประโยคไม่ได้กล่าวว่า subject ทำสิ่งนั้นกับตัวเอง
คำตอบ: The tutor spoke to Arun and me after class. = ติวเตอร์คุยกับอรุณและฉันหลังเลิกเรียน
ตรวจเหตุผล: เมื่อเหลือ “The tutor spoke to me” รูป me ยังคงเป็น object ที่ถูกต้อง จึงใช้ร่วมใน compound object ได้