Prefixes & Suffixes

การแยก prefix และ suffix ช่วยเดาความหมายหรือชนิดคำของคำใหม่ได้ แต่ส่วนเติมคำเป็นเพียงเบาะแส ต้องตรวจทั้งคำและประโยค เพราะรูปสะกดและความหมายมีข้อยกเว้น

พื้นฐานที่ใช้: รู้จัก base word หรือคำฐาน และพอระบุได้ว่าคำหนึ่งทำหน้าที่เป็นคำนาม กริยา หรือคำคุณศัพท์

เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข

1. บทบาทและตำแหน่งของส่วนเติมคำ (Affixes)

  • Affix (ส่วนเติมคำ) คือหน่วยคำที่นำมาต่อเข้ากับฐานคำ (Base Word) เพื่อสร้างคำใหม่:
  • คำอุปสรรค (Prefix): เติมไว้ ข้างหน้า ฐานคำ มักทำหน้าที่เปลี่ยนหรือเพิ่มความหมาย เช่น:
    • re- (ทำซ้ำ): rewrite (เขียนใหม่), rebuild (สร้างใหม่)
    • un- (ไม่ / ย้อนกลับ): unhappy (ไม่มีความสุข), unfair (ไม่ยุติธรรม)
  • คำปัจจัย (Suffix): เติมไว้ ข้างหลัง ฐานคำ มักทำหน้าที่เปลี่ยนชนิดของคำ (Part of Speech) เช่น:
    • -ful (สร้างคุณศัพท์): useful (ที่มีประโยชน์)
    • -ness (สร้างคำนาม): kindness (ความเมตตา)
  • ข้อควรระวัง: คำว่า "มักจะ" มีความสำคัญอย่างยิ่ง อย่าตัดสินชนิดคำจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว ให้ตรวจสอบรูปคำที่ได้และความหมายในประโยคจริงเสมอ
สองแถวแสดง un- + happy เป็น unhappy และ happy + -ness เป็น happiness พร้อมลูกศรชี้ตำแหน่ง prefix และ suffix; ด้านล่างระบุว่า happy เปลี่ยน y เป็น i ก่อนเติม -ness
แผนภาพวาง un- ไว้หน้าฐาน happy และ -ness ไว้ท้ายคำ; สังเกตการเปลี่ยน y เป็น i ก่อนเติม -ness
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
    • ภาพรวม: การเปรียบเทียบการเติม Prefix ด้านหน้า และ Suffix ด้านหลังของฐานคำ happy
    • ส่วนประกอบในภาพ:
      • แถวบน: un- (Prefix) + happy → unhappy (เปลี่ยนความหมายเป็นปฏิเสธ)
      • แถวล่าง: happy + -ness (Suffix) → happiness (เปลี่ยนชนิดคำจากคุณศัพท์เป็นคำนาม)
    • กฎการสะกด: คำที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ + y เมื่อเติม -ness ต้องเปลี่ยน y เป็น i ก่อนเสมอ

2. Prefix บอกความหมายเชิงปฏิเสธและข้อจำกัดการจับคู่

  • Prefix ปฏิเสธมีความหมายหลักว่า "ไม่" หรือ "ตรงกันข้าม" แต่ละฐานคำมีแบบแผนการจับคู่เฉพาะ:
  • กลุ่ม Prefix ปฏิเสธที่พบบ่อย:
    • un-: unhappy, unfair, unable
    • dis-: disagree, dishonest, dislike
    • in-: incorrect, incomplete, invisible
    • im- (มักใช้นำหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วย m หรือ p): impossible, immature, impatient
    • il- (มักใช้นำหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วย l): illegal, illiterate, illogical
    • ir- (มักใช้นำหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วย r): irregular, irresponsible, irrelevant
  • ข้อพึงระวัง: Prefix เหล่านี้ไม่สามารถใช้สลับกันได้ตามใจชอบ เช่น dishonest ใช้ dis- แต่ unhappy ใช้ un- ต้องจำคำควบคู่กับฐานคำที่เป็นธรรมชาติ

3. Suffix ชี้บอกชนิดของคำในประโยค

  • Suffix เป็นตัวช่วยสำคัญในการระบุว่าคำนั้นเป็นคำนาม คุณศัพท์ กริยา หรือกริยาวิเศษณ์:
  • Suffix สร้างคำนาม (Noun Suffixes):
    • การกระทำหรือสภาพ: -tion, -sion, -ment, -ness, -ity (เช่น information, decision, development, darkness, activity)
    • บุคคลผู้กระทำ: -er, -or, -ist, -ant (เช่น teacher, actor, scientist, assistant)
  • Suffix สร้างคำคุณศัพท์ (Adjective Suffixes):
    • คุณลักษณะหรือความสามารถ: -able, -ible, -ful, -less, -ous, -ive, -al (เช่น comfortable, visible, helpful, hopeless, dangerous, active, natural)
  • Suffix สร้างคำกริยา (Verb Suffixes):
    • ทำให้เป็นหรือทำให้เกิด: -ize / -ise, -en, -ify (เช่น realize, widen, simplify)
  • Suffix สร้างคำกริยาวิเศษณ์ (Adverb Suffixes):
    • ในลักษณะหรืออย่าง: -ly, -ward(s), -wise (เช่น quickly, forward, clockwise)

ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?

เดาคำที่สร้างจาก base word

สังเกตจากโจทย์: โจทย์ให้คำในวงเล็บ หรือพบคำยาวที่แยกส่วนหน้า/ท้ายได้

เลือกวิธีคิด: แยก prefix, base และ suffix แล้วใช้ไวยากรณ์ของประโยคตรวจชนิดคำ ก่อนเช็กความหมายและรูปสะกด

ปฏิเสธหรือกลับความหมายของคำ

สังเกตจากโจทย์: เห็น un-, in-, im-, dis- หรือ mis- อยู่หน้าคำ

เลือกวิธีคิด: ลองเดาความหมายจาก prefix แต่ตรวจทั้งคำ เพราะ prefix เดียวกันอาจไม่เข้ากับทุกฐานและบางคำมีความหมายเฉพาะ

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด

ตัวอย่าง 1 · ความหมายปฏิเสธจาก prefix

The two labels give different times, so the information is ___ (consistent).

  1. ประโยคบอกว่า label สองใบให้เวลาต่างกัน จึงต้องการคำคุณศัพท์ที่มีความหมายตรงข้ามกับ consistent
  2. เติม prefix in- ในรูปที่ใช้กับคำนี้ได้เป็น inconsistent ไม่เลือก unconsistent เพราะ prefix ไม่ได้จับคู่กับทุกฐานได้อย่างอิสระ
  3. อ่านกลับแล้วได้ว่า “ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน” ซึ่งตรงกับหลักฐานที่เวลาบน label ไม่เท่ากัน

คำตอบ: inconsistent — The information is inconsistent.

ตรวจเหตุผล: เทียบใจความกับเหตุผลต้นประโยค: เวลาต่างกันจึงสรุปว่าไม่สอดคล้อง ไม่ได้หมายถึงข้อมูลไม่สมบูรณ์หรือหายไป

ตัวอย่าง 2 · suffix ที่ทำให้คำเป็นคุณศัพท์

This is a ___ guide because each step includes a clear example. (use)

  1. หลัง a และก่อนคำนาม guide ต้องการคำคุณศัพท์เพื่อบอกลักษณะของคู่มือ
  2. เติม -ful หลัง use ได้ useful ซึ่งหมายถึงมีประโยชน์ ตรงกับตัวอย่างที่ช่วยให้ทำตามได้
  3. รูปสะกด useful ใช้ l ตัวเดียวท้ายคำ แม้จะลงท้ายด้วย l อยู่แล้ว

คำตอบ: useful — This is a useful guide.

ตรวจเหตุผล: คำตอบอยู่หน้าคำนาม guide และคำอธิบายเรื่องตัวอย่างสนับสนุนความหมาย “มีประโยชน์”