Phrasal Verbs & Idioms

- วลีที่มีกริยากับ particle หรือสำนวนทั้งวลีมักมีความหมายที่เดาจากคำแยกกันไม่พอ ต้องเรียนความหมายพร้อมรูปแบบการใช้และหาหลักฐานจากบริบท

  • ระบุกริยาหลักและกรรมในประโยคง่าย ๆ ได้ และรู้จักสรรพนามกรรม เช่น it, them

เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข

1. ความแตกต่างระหว่าง Phrasal Verbs กับ Idioms

  • Phrasal Verb (กริยาวลี): เกิดจากการนำกริยา (Verb) มารวมกับบุพบทหรือกริยาวิเศษณ์ (Particle) ทำให้เกิดความหมายใหม่ เช่น look after (ดูแล), give up (ยอมแพ้ / เลิกทำ)
    • บางตัวเดาความหมายจากคำเดิมได้ แต่หลายตัวมีความหมายเฉพาะตัวที่ต้องเรียนรู้ทั้งรูป
  • Idiom (สำนวน): ถ้อยคำหรือวลีที่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบตามธรรมเนียมการใช้ ไม่สามารถแปลตรงตัวจากความหมายของคำแต่ละคำมารวมกันได้ เช่น all ears (ตั้งใจฟังอย่างเต็มที่) ไม่ได้หมายถึงมีหูเต็มไปหมด
  • เกณฑ์การแยกแยะ: บริบทของประโยคจะช่วยระบุว่าเป็นความหมายตรงตัวตามตัวอักษร (Literal meaning) หรือความหมายเชิงเปรียบเทียบ (Figurative / Idiomatic meaning)

2. การจำแนกประเภทของ Phrasal Verbs และตำแหน่งกรรม

  • Transitive Separable (สกรรมกริยาที่แยกคำได้):
    • สามารถวางกรรมที่เป็นคำนามไว้หลัง Particle หรือคั่นกลางระหว่าง Verb กับ Particle ได้ เช่น:
      • Turn off the light. หรือ Turn the light off.
    • กฎเหล็กเรื่องกรรมสรรพนาม: หากกรรมเป็น สรรพนาม (Pronoun เช่น it, them) ต้องวางไว้ ตรงกลางเท่านั้น เช่น Turn it off. (ห้ามเขียน Turn off it)
  • Transitive Inseparable (สกรรมกริยาที่แยกคำไม่ได้):
    • กรรมต้องอยู่หลัง Particle เสมอ ไม่สามารถแยกคำได้ เช่น look into the problem หรือ look into it (ไม่ใช้ look it into)
  • Intransitive (อกรรมกริยาที่ไม่ต้องการกรรม):
    • ใช้กริยาวลีเดี่ยว ๆ ได้เลย เช่น wake up, show up, break down
แถวบนแสดง turn | it | down พร้อมลูกศรชี้ it ตรงกลาง; แถวล่างแสดง look | into | it พร้อมลูกศรชี้ it ท้ายวลี; ป้ายกำกับบอกว่าตำแหน่ง object ขึ้นกับวลี
เปรียบเทียบ turn it down ซึ่งวาง it กลางวลี กับ look into it ซึ่งวาง it หลังวลีในตัวอย่างนี้
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
    • ภาพรวม: การเปรียบเทียบตำแหน่งของกรรมสรรพนาม (it) ใน Phrasal Verbs 2 ชนิด
    • แถวบน (Separable): turn | it | down → ลูกศรชี้ว่ากรรมสรรพนามต้องอยู่คั่นกลาง
    • แถวล่าง (Inseparable): look | into | it → ลูกศรชี้ว่ากรรมสรรพนามต้องอยู่ท้ายวลี
    • นัยสำคัญทางไวยากรณ์: ตำแหน่งของ Object ขึ้นอยู่กับประเภทของกริยาวลี โดยเฉพาะกรรมสรรพนามต้องวางให้ถูกตำแหน่งตามชนิด

3. รวมสำนวนและ Phrasal Verbs สำคัญที่ออกสอบบ่อย

  • all ears: ตั้งใจฟังอย่างกระตือรือร้น เช่น "I’m all ears. What’s up?"
  • beware of + Noun / Gerund: ระมัดระวังอันตรายจากสิ่งที่ตามหลัง เช่น "Beware of the dog."
  • rely on / count on + Person / Thing: พึ่งพา / ไว้วางใจได้ และสำนวน "You can count on it." ใช้รับปากว่าให้วางใจได้เลย
  • make cracks (about someone / something): พูดแซว ล้อเลียน หรือพูดเหน็บแนมในทางที่ไม่ดี
  • bring out + Noun: ดึงลักษณะหรือพฤติกรรมบางอย่างออกมาให้ปรากฏ เช่น "Exam stress can bring out unusual behaviors." (ความเครียดช่วงสอบอาจกระตุ้นให้พฤติกรรมแปลก ๆ ปรากฏออกมา)
  • pass with flying colors: สอบผ่านหรือทำภารกิจสำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยม โดดเด่น
  • get lost!: คำสั่งห้วน ๆ เชิงขับไล่ แปลว่า "ไปให้พ้น / เลิกยุ่งได้แล้ว" (มีน้ำเสียงรุนแรง ต้องระวังบริบท)
  • be off today / have the day off: วันนี้ได้หยุดงานหรือหยุดเรียน เช่น "We’re off today." (ไม่ได้แปลว่าร่างกายปิดหรือสวิตช์ปิด)
  • to make matters worse: ยิ่งซ้ำร้ายไปกว่านั้น (ใช้เกริ่นนำเหตุการณ์ที่ทำให้สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วหนักขึ้น) เช่น "To make matters worse, the bus was late."
  • when it rains, it pours: ปัญหาหรือเคราะห์ร้ายมักประเดประดังเข้ามาพร้อม ๆ กัน (ไม่ได้หมายถึงฝนตกจริงเสมอไป)
  • without further ado: โดยไม่ให้เสียเวลา / โดยไม่ต้องเกริ่นอะไรต่อให้ล่าช้า
  • stick to the point: พูดให้อยู่ในประเด็น ไม่นอกเรื่อง
  • all in due time: เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกอย่างจะคลี่คลายหรือได้คำตอบเอง
  • at the end of the day: ท้ายที่สุดแล้ว / เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งหมดแล้ว (ไม่ใช่แค่เวลาสิ้นสุดของวัน)
  • break up with + Person: เลิกราหรือยุติความสัมพันธ์กับบุคคลนั้น เช่น "He broke up with me last night."

ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?

เลือกความหมายของวลีจากบทสนทนาหรือบทอ่าน

  • สังเกตจากโจทย์: คำแปลของ verb และ particle แยกกันทำให้ประโยคไม่สมเหตุสมผล
  • เลือกวิธีคิด: หา object และเหตุการณ์รอบข้าง แล้วเทียบกับความหมายของวลีทั้งชุด

จัดลำดับ object กับ particle

  • สังเกตจากโจทย์: มีกรรมเป็น it, them หรือคำนามหลัง phrasal verb
  • เลือกวิธีคิด: ตรวจวลีว่าแยกได้หรือไม่; ถ้าเป็นวลีแยกได้และ object เป็น pronoun ให้วาง pronoun กลาง เช่น call it off

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด

ตัวอย่าง 1 · ความหมายและตำแหน่ง pronoun ใน call off

The weather became unsafe, so the organizers decided to cancel the trip. Rewrite using call off and replace “the trip” with a pronoun.

  1. ประโยคให้เหตุจากสภาพอากาศที่ไม่ปลอดภัย การกระทำจึงน่าจะเป็นการยกเลิกทริป ไม่ใช่โทรหาทริป
  2. call off แปลว่ายกเลิก และเป็น phrasal verb ที่แยกได้ เมื่อแทน the trip ด้วย pronoun it ต้องวางระหว่าง call กับ off
  3. รูปอดีตของ call คือ called จึงได้ called it off

คำตอบ: it — Because the weather became unsafe, the organizers called it off. หมายถึงผู้จัดยกเลิกทริป

ตรวจเหตุผล: คำว่า unsafe สนับสนุนความหมาย cancel และรูป pronoun อยู่ระหว่าง verb กับ particle

ตัวอย่าง 2 · ตีความ idiom จากการตกลงร่วมกัน

The two project groups disagreed at first. After they compared their notes and chose one deadline, they were finally on the same page.

  1. ก่อนวลีนี้ กลุ่มยังเห็นไม่ตรงกัน หลังจากเทียบข้อมูลและเลือกกำหนดส่งร่วมกันแล้ว ความสัมพันธ์เปลี่ยนไป
  2. บริบทชี้ว่าทั้งสองกลุ่มเข้าใจและเห็นพ้องกับแผนเดียวกัน จึงอ่าน on the same page เป็น idiom ไม่ใช่อ่านกระดาษหน้าเดียวกัน
  3. แทนด้วย “they finally had a shared understanding” แล้วยังเชื่อมกับการเลือก deadline ร่วมกัน

คำตอบ: on the same page หมายถึงเข้าใจตรงกันหรือมีแผนร่วมกัน

ตรวจเหตุผล: เทียบกับเหตุการณ์ก่อนหน้าเรื่อง disagreement และหลักฐานหลังวลีคือเลือกกำหนดส่งเดียวกัน