สูตรโมเลกุล
สูตรโมเลกุลให้จำนวนอะตอมจริงของแต่ละธาตุในหนึ่งโมเลกุล จึงเป็นการขยายสูตรเอมพิริคัลด้วยตัวคูณเดียว และต้องมีมวลโมลาร์ของสารมาช่วยเลือกตัวคูณ
รู้สูตรเอมพิริคัลและคำนวณมวลโมลาร์ของสูตรได้; แยกสารโมเลกุลออกจากสารไอออนิกที่เขียนเป็นหน่วยสูตร
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. เปรียบเทียบมวลโมลาร์จริงกับมวลของสูตรเอมพิริคัล
- สูตรโมเลกุล (Molecular formula) แสดงจำนวนอะตอมจริงของแต่ละธาตุที่มีอยู่ใน 1 โมเลกุลของสาร ซึ่งเป็นจำนวนเท่าของสูตรเอมพิริคัล
- การหาตัวคูณจำนวนเท่า ():
- : มวลโมลาร์จริงของสารที่ได้จากการทดลอง (หน่วย )
- : มวลของสูตรเอมพิริคัลที่คำนวณจากสูตรอย่างต่ำ (หน่วย )
- ทั้ง และ ต้องอยู่ในหน่วยเดียวกัน
- ค่า ต้องได้เป็นจำนวนเต็มบวก () หาก แสดงว่าสูตรโมเลกุลเป็นสูตรเดียวกับสูตรเอมพิริคัล

- จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
- ภาพรวม: การขยายสูตรเอมพิริคัลไปเป็นสูตรโมเลกุลโดยรักษาอัตราส่วนอะตอมเดิม
- ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
- สูตรอย่างต่ำ: ()
- ตัวคูณ :
- สูตรโมเลกุล: (กลูโคส)
- กฎสำคัญ: ตรวจสอบย้อนกลับว่าอัตราส่วน ยังคงเดิม
- ข้อจำกัดของภาพจำลอง: แสดงความสัมพันธ์ของสูตรเคมี สูตรโมเลกุลใช้ได้กับสารที่มีหน่วยโมเลกุลจริง สารไอออนิกใช้หน่วยสูตรอย่างต่ำเท่านั้น
2. คูณเลขห้อยของทุกธาตุด้วยตัวคูณ
- การหาสูตรโมเลกุล:
- นำตัวคูณ ไปคูณเลขห้อยของ ทุกธาตุ ในสูตรเอมพิริคัล ห้ามคูณเฉพาะธาตุใดธาตุหนึ่งเพราะจะทำให้อัตราส่วนเคมีที่วิเคราะห์ได้ผิดเพี้ยน
- การตรวจสอบผลลัพธ์ย้อนกลับ:
- คำนวณมวลโมลาร์จากสูตรโมเลกุลที่ได้ ค่าที่ได้ต้องตรงกับ ที่โจทย์ระบุ
- เมื่อนำเลขห้อยทั้งหมดในสูตรโมเลกุลมาหารด้วยตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) จะต้องได้สูตรเอมพิริคัลเดิม
3. ขอบเขตการใช้สูตรโมเลกุลกับชนิดของสาร
- สารโคเวเลนต์ที่มีโมเลกุลเดี่ยว:
- ใช้สูตรโมเลกุลเพื่อบอกจำนวนอะตอมจริงต่อหนึ่งโมเลกุล เช่น น้ำ (), น้ำตาลกลูโคส (), หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ()
- สูตรเอมพิริคัลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกขนาดโมเลกุลจริงได้ เช่น อาจเป็นฟอร์มาลดีไฮด์ (, ) หรือกรดแอซีติก (, ) หรือกลูโคส (, )
- สารประกอบไอออนิกและผลึกร่างตาข่าย:
- สารประกอบไอออนิก เช่น จัดเรียงตัวเป็นโครงผลึกต่อเนื่องขนาดใหญ่ ไม่มีหน่วยโมเลกุลเดี่ยวในธรรมชาติ
- จึงรายงานในรูป หน่วยสูตร (Formula unit) ซึ่งเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำอยู่แล้ว และไม่มีความหมายของสูตรโมเลกุลจากการคูณด้วย
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
แปลงสูตรอย่างต่ำเป็นสูตรโมเลกุล
สังเกตจากโจทย์: โจทย์ให้สูตรเอมพิริคัลและมวลโมลาร์จริงของสาร
เลือกวิธีคิด: หามวลของสูตรเอมพิริคัล → หาร M จริงด้วย Mₑ → ปัดเป็นจำนวนเต็มเมื่อข้อมูลรองรับ → คูณเลขห้อยทุกตัว
วินิจฉัยข้อมูลที่ไม่ลงตัว
สังเกตจากโจทย์: อัตราส่วน Mₘ/Mₑ ไม่ใกล้จำนวนเต็ม หรือย้อนคำนวณแล้วไม่ตรง
เลือกวิธีคิด: ตรวจหน่วย มวลโมลาร์ การปัดเศษ และสูตรเอมพิริคัลก่อน; อย่าฝืนเลือกตัวคูณเศษส่วน
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · จาก CH₂O ไปสู่สูตรกลูโคส
สารโมเลกุลมีสูตรเอมพิริคัล CH₂O และมวลโมลาร์ 180.16 g/mol จงหาสูตรโมเลกุล ใช้ Ar(C)=12.01, Ar(H)=1.008, Ar(O)=16.00
- คำนวณ Mₑ(CH₂O)=12.01+2(1.008)+16.00=30.026 g/mol
- หาตัวคูณ k=180.16/30.026≈6.00 จึงใช้ k=6
- คูณเลขห้อยทุกตัวของ CH₂O ด้วย 6
คำตอบ: สูตรโมเลกุล C₆H₁₂O₆
ตรวจเหตุผล: มวลโมลาร์ C₆H₁₂O₆≈180.16 g/mol และการหารเลขห้อยด้วย 6 กลับได้ CH₂O
ตัวอย่าง 2 · หา N₂O₄ จาก NO₂
สารโมเลกุลมีสูตรเอมพิริคัล NO₂ และมวลโมลาร์ 92.02 g/mol; ใช้ Ar(N)=14.01, Ar(O)=16.00
- มวลสูตรเอมพิริคัล NO₂ =14.01+2(16.00)=46.01 g/mol
- k=92.02/46.01=2
- คูณเลขห้อยทุกตัวใน NO₂ ด้วย 2 เพื่อให้จำนวนอะตอมต่อโมเลกุลครบ
คำตอบ: สูตรโมเลกุล N₂O₄
ตรวจเหตุผล: มวลโมลาร์ N₂O₄=2(14.01)+4(16.00)=92.02 g/mol; หารเลขห้อยด้วย 2 ได้ NO₂