สูตรเอมพิริคัล

สูตรเอมพิริคัลบอกอัตราส่วนจำนวนอะตอมอย่างต่ำที่สุดของธาตุในสาร จึงต้องเปลี่ยนข้อมูลมวลให้เป็นโมลก่อน แล้วลดเป็นอัตราส่วนจำนวนเต็ม

แปลงร้อยละโดยมวลเป็นกรัมโดยสมมติฐานตัวอย่าง และใช้มวลโมลาร์ของธาตุเพื่อหาโมล

เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข

1. แปลงมวลหรือร้อยละของแต่ละธาตุเป็นโมล

  • สูตรเอมพิริคัล (Empirical formula) หรือสูตรอย่างต่ำ แสดง อัตราส่วนอย่างต่ำของจำนวนอะตอมหรือโมลอะตอมของธาตุองค์ประกอบ ไม่ใช่อัตราส่วนโดยมวล
  • ขั้นตอนเริ่มต้น:
    • หากโจทย์กำหนดมวลมาให้: คำนวณโมลของแต่ละธาตุโดยตรงด้วย n=mMn = \frac{m}{M}
    • หากโจทย์กำหนดร้อยละโดยมวลมาให้: ให้สมมติฐานมวลของตัวอย่างทั้งหมดเท่ากับ 100 g100\ \mathrm{g} ซึ่งจะทำให้ตัวเลขร้อยละของแต่ละธาตุกลายเป็นมวลในหน่วยกรัม (g\mathrm{g}) ได้ทันที แล้วจึงแปลงเป็นโมล
    • ข้อพึงระวังเด็ดขาด: ห้ามนำมวลหรือตัวเลขร้อยละมาเขียนเป็นเลขห้อยในสูตรเคมีโดยตรง
ลำดับมวลหรือร้อยละ → n=m/M → หารด้วยโมลน้อยสุด → อัตราส่วน 1:1.5:1; ด้านล่างแสดงการคูณทุกค่าด้วย 2 เพื่อได้ 2:3:2
ภาพสรุปลำดับจากมวลหรือร้อยละไปเป็นโมล แล้วหารด้วยค่าต่ำสุดเพื่อหาอัตราส่วน สังเกตตัวอย่าง 1:1.5:1 ที่ต้องคูณทุกตัวด้วย 2
  • จุดสังเกตสำคัญในภาพ:
    • ภาพรวม: แผนผังลำดับกระบวนการคิดจากมวลสู่สูตรเอมพิริคัล
    • ส่วนประกอบและสัญลักษณ์:
      • ขั้นที่ 1: %\% หรือมวล g\mathrm{g} ของแต่ละธาตุ →\rightarrow แปลงเป็นโมลด้วย n=mMn = \frac{m}{M}
      • ขั้นที่ 2: หารโมลของทุกธาตุด้วย ค่าโมลที่น้อยที่สุด เพื่อหาอัตราส่วนสัมพัทธ์
      • ขั้นที่ 3: หากพบเศษส่วน เช่น 1:1.5:11 : 1.5 : 1 ให้ คูณทุกค่าด้วย 2 จะได้อัตราส่วนจำนวนเต็มอย่างต่ำเป็น 2:3:22 : 3 : 2
    • ข้อจำกัดของภาพจำลอง: แสดงลำดับตรรกะเชิงขั้นตอน ไม่ได้คำนึงถึงความไม่แน่นอนของข้อมูลการทดลองจริง

2. หารด้วยค่าน้อยที่สุดและปรับเศษส่วนให้เป็นจำนวนเต็ม

  • การหาอัตราส่วนอย่างต่ำ:
    • นำจำนวนโมลของแต่ละธาตุมาหารด้วยค่าโมลที่มีค่าน้อยที่สุดในกลุ่ม
    • เกณฑ์การปัดเศษ:
      • หากตัวเลขใกล้เคียงจำนวนเต็มมาก (เช่น 1.01→11.01 \rightarrow 1 หรือ 2.99→32.99 \rightarrow 3) ให้ปัดเป็นจำนวนเต็มได้
      • หากได้ตัวเลขที่เป็นเศษส่วนสำคัญ ห้ามปัดทิ้งโดยพลการ ให้หาจำนวนเต็มที่เหมาะสมมาคูณทุกตัวเลขในอัตราส่วน:
        • ลงท้ายด้วย ≈0.50\approx 0.50: คูณทุกตัวด้วย 2 (เช่น 1:1.5→2:31 : 1.5 \rightarrow 2 : 3)
        • ลงท้ายด้วย ≈0.33\approx 0.33 หรือ 0.670.67: คูณทุกตัวด้วย 3 (เช่น 1:1.33→3:41 : 1.33 \rightarrow 3 : 4)
        • ลงท้ายด้วย ≈0.25\approx 0.25 หรือ 0.750.75: คูณทุกตัวด้วย 4 (เช่น 1:1.25→4:51 : 1.25 \rightarrow 4 : 5)

3. ตรวจสอบความถูกต้องและความสอดคล้องกับข้อมูล

  • การตรวจสอบผลลัพธ์:
    • เลขห้อยในสูตรเอมพิริคัลต้องเป็นจำนวนเต็มบวกในอัตราส่วนอย่างต่ำที่สุด
    • นำสูตรที่ได้มาคำนวณย้อนกลับหาสัดส่วนร้อยละโดยมวล ควรได้ค่าที่ใกล้เคียงกับข้อมูลที่โจทย์กำหนด
    • หากอัตราส่วนที่ได้ไม่ใกล้เคียงกับเศษส่วนอย่างง่าย ให้หยุดและตรวจสอบขั้นตอนก่อนหน้า: ตรวจหน่วย, ตรวจมวลอะตอมที่ใช้, ตรวจการคำนวณโมล และตรวจการหารด้วยค่าน้อยที่สุด

ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?

สร้างสูตรจากผลวิเคราะห์

สังเกตจากโจทย์: โจทย์ให้ร้อยละมวลหรือมวลของธาตุองค์ประกอบ แต่ยังไม่ให้มวลโมลาร์สาร

เลือกวิธีคิด: สมมติฐานมวลที่สะดวก → คำนวณโมลธาตุ → หารค่าต่ำสุด → แก้เศษส่วนด้วยตัวคูณเดียวกัน

ตรวจเลขห้อยที่ไม่เป็นจำนวนเต็ม

สังเกตจากโจทย์: อัตราส่วนหลังหารต่ำสุดมีค่าอย่าง 1.5 หรือ 1.33

เลือกวิธีคิด: เทียบกับเศษส่วน 3/2 หรือ 4/3 ภายใต้ความแม่นของข้อมูล แล้วคูณทุกอัตราส่วนด้วยตัวส่วนร่วม

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด

ตัวอย่าง 1 · หาสูตรอย่างต่ำจากร้อยละ

สารตัวอย่างมี C 40.0%, H 6.7%, O 53.3% โดยมวล จงหาสูตรเอมพิริคัล ใช้ Ar(C)=12.01, Ar(H)=1.008, Ar(O)=16.00

  1. สมมติสาร 100.0 g จึงมี C 40.0 g, H 6.7 g และ O 53.3 g
  2. แปลงเป็นโมล: C≈3.33, H≈6.65, O≈3.33 mol แล้วหารด้วยค่าน้อยสุด 3.33 ได้ประมาณ 1:2:1
  3. เขียนเลขห้อยจากอัตราส่วนจำนวนเต็มต่ำสุด ไม่ได้นำเปอร์เซ็นต์มาเป็นเลขห้อย

คำตอบ: สูตรเอมพิริคัล CH₂O

ตรวจเหตุผล: มวลสูตร CH₂O≈30.03 g/mol ให้สัดส่วนมวล C≈40.0%, H≈6.7%, O≈53.3% ตรงกับข้อมูลโดยประมาณ

ตัวอย่าง 2 · แก้ ratio ที่มีครึ่งหนึ่ง

ผลคำนวณของสารสมมติให้จำนวนโมลสัมพัทธ์ C:H:O = 1.00:1.50:1.00 จงหาอัตราส่วนจำนวนเต็มต่ำสุด

  1. หารทุกค่าแล้วได้ 1:1.5:1; ค่า 1.5 คือ 3/2 ไม่ใช่ค่าที่ควรปัดเป็น 2
  2. คูณอัตราส่วนทุกตัวด้วย 2 เพื่อกำจัดส่วนครึ่ง
  3. อ่านจำนวนเต็มชุดใหม่เป็น 2:3:2 และเขียนเป็นสูตรอย่างต่ำ

คำตอบ: C₂H₃O₂ สำหรับองค์ประกอบสมมติที่กำหนด

ตรวจเหตุผล: หารเลขห้อยทุกตัวด้วย 1 ไม่ได้ และไม่มีตัวหารร่วมมากกว่า 1; สูตรจึงเป็นอัตราส่วนต่ำสุด