จริยธรรมการวิจัย
จริยธรรมทำให้การศึกษาสร้างความรู้ที่ผู้อื่นตรวจสอบและไว้วางใจได้ พร้อมคำนึงถึงผู้เข้าร่วม สิ่งมีชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลจากการเก็บข้อมูล
พื้นฐานที่ใช้: งานวิจัยต้องอาศัยข้อมูลและการตัดสินใจของผู้ศึกษา จึงต้องรับผิดชอบทั้งวิธีได้มา วิธีวิเคราะห์ และวิธีรายงาน
เข้าใจเนื้อหาและเงื่อนไข
1. ซื่อสัตย์กับข้อมูลและวิธีทำ
- ความซื่อสัตย์ทางวิชาการเป็นหัวใจสำคัญของงานวิจัยวิทยาศาสตร์
- การบันทึกและจัดการข้อมูล:
- ความเที่ยงตรง: บันทึกข้อมูลตามความเป็นจริง ห้ามตกแต่ง บิดเบือน หรือตัดข้อมูลออกเพียงเพราะไม่ตรงกับสมมติฐาน
- การตรวจสอบย้อนกลับ: แยกข้อมูลดิบ (Raw data) ออกจากข้อมูลที่คำนวณหรือแปลงค่า พร้อมเก็บรายละเอียดวิธีวัด
- การรายงานความผิดปกติ: หากเครื่องมือขัดข้องหรือข้อมูลสูญหาย ต้องบันทึกเหตุการณ์และผลกระทบต่อการแปลผลอย่างชัดเจน
- การรายงานผลรอบด้าน:
- รายงานทั้งผลที่สนับสนุนและผลที่ไม่สนับสนุนสมมติฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นตรวจสอบและทำการศึกษาซ้ำได้
2. ให้เครดิตและสื่อสารข้อจำกัด
- การสื่อสารวิทยาศาสตร์ต้องโปร่งใสและเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
- การอ้างอิงและการให้เครดิต:
- อ้างแหล่งที่มาของแนวคิด ข้อมูล รูปภาพ และข้อความของผู้อื่นอย่างถูกต้อง ไม่ลอกเลียนวรรณกรรม (Plagiarism)
- ระบุบทบาทและความรับผิดชอบของสมาชิกในทีมวิจัยตามความเป็นจริง
- การสื่อสารอย่างรอบคอบ:
- ระบุข้อจำกัดของวิธีการศึกษาและขอบเขตการนำข้อสรุปไปใช้
- หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาชวนเชื่อหรือการสรุปผลเกินจริงที่หลักฐานยังไม่เพียงพอ
3. คำนึงถึงผู้เข้าร่วมและสิ่งมีชีวิต
- การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมสากล
- การวิจัยในมนุษย์:
- ต้องได้รับความยินยอมโดยได้รับการบอกกล่าว (Informed consent) รักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นความลับ และประเมินความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
- จริยธรรมการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์:
- ยึดหลัก 3Rs:
- Replacement: ใช้ทางเลือกอื่นแทนสัตว์เมื่อทำได้
- Reduction: ใช้จำนวนสัตว์น้อยที่สุดที่ยังคงได้ผลทางสถิติที่น่าเชื่อถือ
- Refinement: ปรับปรุงวิธีการทดลองเพื่อลดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของสัตว์
- ยึดหลัก 3Rs:
- ขอบเขตการปฏิบัติ:
- แนวทางในสรุปนี้สะท้อนหลักจริยธรรมทั่วไป สำหรับการวิจัยจริงต้องปฏิบัติตามกฎหมายและขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง
ความรู้นี้ใช้กับโจทย์แบบไหน?
ประเมินความน่าเชื่อถือของรายงาน
สังเกตจากโจทย์: ไม่มีวิธีวัด แหล่งข้อมูล หรือจำนวนตัวอย่าง; ผลที่ไม่ตรงสมมติฐานหายไปจากรายงาน
เลือกวิธีคิด: ตรวจว่าข้อมูลตรวจย้อนกลับได้ อ้างที่มา แยกผลดิบกับการคำนวณ และเปิดเผยข้อจำกัดหรือการเบี่ยงเบนจากแผนหรือไม่
พิจารณาความเหมาะสมของการเก็บข้อมูล
สังเกตจากโจทย์: มีคน สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตได้รับผลกระทบ หรือมีข้อมูลส่วนบุคคล
เลือกวิธีคิด: พิจารณาความเสี่ยง ความสมัครใจ ความเป็นส่วนตัว การลดอันตราย และขอคำแนะนำ/อนุมัติตามระเบียบก่อนเริ่ม
ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด
ตัวอย่าง 1 · ผลไม่ตรงสมมติฐานต้องทำอย่างไร
นักเรียนพบว่ากลุ่มที่คาดว่าจะงอกมากกลับงอกน้อย แต่บันทึกไว้ครบ ควรรายงานและตรวจอะไรต่อ?
- รายงานผลตามที่บันทึก ไม่เปลี่ยนหรือลบค่าที่สวนทางกับความคาดหมาย
- ตรวจวิธีวัด หน่วยทดลอง การจัดกลุ่ม เงื่อนไขจริง และข้อมูลที่อาจผิดพลาดตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ไม่ตัดข้อมูลโดยไม่มีเหตุผล
- อธิบายว่าผลนี้จำกัดสมมติฐานอย่างไร และเสนอการทดลองซ้ำหรือคำอธิบายใหม่โดยแยกจากผลเดิม
คำตอบ: รายงานข้อมูลจริง ตรวจคุณภาพด้วยเกณฑ์ที่อธิบายได้ และปรับคำอธิบายจากหลักฐานโดยไม่บิดผล
ตรวจเหตุผล: ผู้อ่านควรตามรอยได้ว่าค่าใดวัดจริง ค่าใดคำนวณ และทำไมจึงมีการตัดหรือแก้ข้อมูล (ถ้ามี)
ตัวอย่าง 2 · ข้อมูลจากเพื่อนร่วมชั้น
ทีมต้องการสำรวจข้อมูลสุขภาพของเพื่อนเพื่อเปรียบเทียบกับพฤติกรรมส่วนตัว ควรตรวจประเด็นใดก่อนเก็บข้อมูล?
- ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและพฤติกรรมอาจระบุตัวบุคคลหรือทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกกดดัน
- ต้องปรึกษาครูหรือผู้รับผิดชอบก่อน ระบุวัตถุประสงค์ ความสมัครใจ วิธีปกปิดตัวตน การเก็บรักษาและการลบข้อมูล รวมถึงความเสี่ยง
- หากไม่มีวิธีคุ้มครองที่เหมาะสม ให้เปลี่ยนไปใช้ข้อมูลสาธารณะหรือกิจกรรมที่ไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคล
คำตอบ: ขอคำแนะนำและกำหนดความสมัครใจ ความเป็นส่วนตัว การเก็บรักษา และความเสี่ยงก่อน; หากคุ้มครองไม่ได้ ไม่เก็บข้อมูลนั้น
ตรวจเหตุผล: ไม่ถือว่าการเป็นเพื่อนหรือการทำในชั้นเรียนเท่ากับได้รับความยินยอมโดยอัตโนมัติ